Learn English

Home > Learn English

ทักทายกันบ้าง

Published: 26 May 2015

ภาษาไทยใช้ “เป็นอย่างไรบ้าง” หรือ “สบายดีไหม” เมื่อทักใคร ของฝรั่งก็ง่ายเหมือนกัน

ตั้งแต่คุณคลานคุณก็เรียนว่า ฝรั่งใช้  How are you ? ในความหมายว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือ  Fine, thanks. And you?  ซึ่งคนนั้นจะตอบว่า  Fine, thanks.

(และถ้าเป็นห้องเรียนก็ต้องต่อว่า Sit down. ซึ่งคุณก็ตอบว่า Thank you teacher )

ทวนอีกครั้งครับ How are you? Fine, thanks. And you? Fine thanks. จบเรื่องใช่ไหมครับ

ยังครับ อย่าพึ่งจบ เพราะที่จริงแล้วเรายังไม่ได้เริ่มต้นเลย

ผมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาบอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทักทายนี้ครับ ข่าวดีก็คือ วิธีทักทายข้างบนนี้ถูกหลักไวยากรณ์ครับ และจะเห็นในตำราสอนภาษาอังกฤษ เป็นบทที่ 1 แทบทุกเล่ม

ข่าวร้าย ถึงแม้ว่าการทักทายแบบนี้จะแพร่ระบาดไปทั่วประเทศไทยพอๆกับโรคฉี่หนูหลังน้ำท่วมก็ตาม แต่ต้องบอกว่า หาฝรั่งที่ทักทายอย่างนี้ยากมากครับ ใช่แล้ว ตำราสอนภาษาอังกฤษจะสอนอย่างนี้ แต่ในโลกแห่งความจริงไม่มีใครที่ทักอย่างที่เรากล่าวเมื่อสักครู่นี้

ประโยค How are you? นี้แปลว่า คุณเป็นอย่างไรบ้าง การทักแบบนี้เป็นการทักที่นิยมใช้มากที่สุด ผมหมายถึงการถามว่า สบายดีไหม แต่ไม่ได้หมายถึงเราใช้ประโยค  How are you? ทุกครั้งที่ถาม

ต่อไปนี้ผมจะเสนออีกสิบวิธีที่คุณาสามารถทักทายชาวต่างชาติโดยไม่สน  How are you? แม้แต่นิดเดียว อย่าพึ่งตกใจเพราะมีากถึง10 อย่าง เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งสำหรับวันนี้ พรุ่งนี้ก็เลือกอีกอย่างหนึ่ง จะได้มีความหลากหลายในการทักทายในช่วงเลวา 10 วันในต่อไปนี้

1 How are you doing?

ฝรั่งมีสองประโยคยอกฮิตที่ใช้บ่อยที่สุด ที่ใช้แทน  How are you? ในความหมายว่าคุณเป็นอย่างไรบ้าง และนี้คือประโยคที่หนึ่ง

How are you doing? เป็นการทักทายแบบชาวอเมริกัน ความหมายเหมือน  How are you?  ก็เลยสามารถตอบว่า I’m fine.  ได้หรือ I’m doing fine.  หรือ  I’m doing well.  ก็ได้ ที่สำคัญ คือ อย่าสับสนคำถามนี้กับ  What are you doing? ซึ่งแปลว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่ ผมเคยทดลองถามคนไทยว่า How are you doing? ในความหมายว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่เค้าตอบว่า  I’m talking to you. (หนูกำลังคุยกับพี่ไงค่ะ) ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด

2 How are you going?

ถ้าชาวอเมริกันใช้ How are you doing? งั้นข้อสองเป็นวิธียอดฮิตของชาวอังกฤษ รวมถึงชาวออสเตรเลียด้วย ที่แปลว่า เป็นอย่างไรบ้าง คำตอบก็คือ I’m fine. I’m good.  หรือ I’m ok. ก็แล้วแต่คุณ และเช่นเคยอย่าสับสนกับ  How are you going? (คุณเป็นอย่างไรบ้าง) กับอีกความหมายหนึ่งกับคำ ๆ นี้ นั่นคือ คุณจะไปหรือเดินอย่างไร มักจะใช้ในรูปของคำทักทายมากกว่า

3 How have you been?

ก็เหมือนกับ  How are you? แต่รูปคำถามเป็นรูป present perfect tense ซึ่งเราใช้เมื่อเราพูดในเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต และยังสำคัญต่อปัจจุบัน ดังนั้นความหมายของ  How are you? คือ “ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง” แต่  How have you been? คือ “ตั้งแต่คราวที่แล้วที่เราพบกันจนถึงวินาทีนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง” คงเป็นการขยายขอบเขตที่คุณอยากทราบว่าคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

คำตอบคือ  I’ve been good.  หรือ  I’ve been bad. ก็ขึ้นอยู่กับดวงของคุณ แต่ถ้าขี้เกียจก็ Good  หรือ Bad  ก็พอ

เมื่อกี้ผมอธิบายว่าเติม  doing  ท้ายคำนี้โดยไม่เปลี่ยนความหมาย ก็เช่นเดียวกันครับ คุณสามารถถามว่า  How have you been doing?

4 How are things?

things คืออะไรครับ คำตอบคือ things หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิตคุณ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี หรือสิ่งที่ไม่ดี ดังนั้น How are things? เป็นการถามถึงสารพัดสุขดิบของคุณ คำตอบก็เหมือนเดิม … Good! Everything’s fine! หรือไม่ก็ Terrible! My boyfriend left me!

5 How are you getting on?

ผมเชื่อว่าหลายคนรู้ว่า to get on แปลว่า ขึ้น เช่น get on a bus (ขึ้นรถเมล์) หรือ get on the expressway (ขึ้นทางดว่น) แต่ get on ยังมีความหมายในทางสแลงว่า ดำเนินชีวิต จากความหมายนี้เราได้คำทักทายที่นิยมมากคือ How are you getting on? หรือ “ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง โอมั้ย” ทำนองนี้ แม้ในรูป present perfect tense ก็มีครับคือ How have you been getting on?

to get along ยังมีความหมายว่า ดำเนินชีวิตอยู่ เราจึงสามารถถามว่า How are you getting along? (ซึ่งตอบว่า I’m getting along fine. ก็ยังได้)

เหนื่อยไหมครับ ทั้ง 5 วิธีที่สามารถทักว่า How are you?

อย่าเพิงเหนื่อยครับเพราะ ยังเหลืออีกห้าครับ

6 What’s up?

สมัยก่อน What’s up? เป็นสำนวนที่แปลว่า คุณเป็นอะไรไป ใช้เมื่อเห็นเพื่อนหน้าซีด เศร้า โกรธ อะไรก็ได้ที่ผิดปกติ คำตอบมักจะเป็น Nothing! (ไม่มีอะไรหรอก ถามทำไมล่ะ) หรือการสารภาพสิ่งที่กำลังกวนอารมณ์คุณ เช่น I just broke up with my boyfriend (หนูเพิ่งเลิกกับแฟนล่ะ) หรือ My pet snake died. (งูที่ฉันเลีย้งไว้ตาย)

แต่สมัยนี้ What’s up? ได้เพิ่มหน้าที่บทบาทในภาษาอังกฤษ นั่นคือเป็นสิธีทักทาย ความหมายคล้ายกับ “มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในชีวิตคุณไหม”

ไม่สามารถตอบว่า Fine thanks. And you? กับสำนวนนี้เพราะเป็นการถามว่า มีอะไรเกิดขึ้น ฝรั่งมักจะตอบว่า Nothing much. หรือ Not a lot. (ไม่มีอะไรมากนัก)

ถ้าจะพูดถึง What’s up? ก็ต้องรีบบอกว่า ฝรั่งเราขี้เกียจมาก เราเห็นว่า What’s up? มีทั้งหมดสองพยางค์ ถือว่ามากไปแล้ว เราจึงชอบตัดพยางค์แรกออก เหลือแต่ up? โดยรักษา s จากตอนท้ายคำว่า What’s … จะกลายเป็น Sup หรือที่ออกเสียงว่า ซับ ใคร ๆ ที่แชททางอินเตอร์เนตจะพบเห็นคำนี้บ่อย

7 Yo!

เริ่มล้าสมัยนิด ๆ ต้องขอบคุณพวก rapper จากชุมชนแออัดที่สหรัฐๆที่ก่อให้เกิดศัพท์สแลงนี้ Yo! ต้องตะโกนดัง ทำท่ายื่นแขนออกมาอย่างเร็วเสร็จแล้วคว่ำมือลง และอย่าลืมทำหน้ากวน ๆ เหมือนไม่เป็นมิตรแต่ที่จริงเป็น

ที่คล้ายๆ กับนี้คือ Hey! ซึ่งใช้เป็นวิธีทักทายระหว่างเพื่อนสนิด อย่าไปใช้กับครูสอนไวยากรณ์อังกฤษนะครับ

8 What’s happening?

“เกิดอะไรขึ้นอยู่” แต่บางคนชอบใช้เพื่อทักทาย วิธีนี้คล้ายกับ What’s up? คือการถามถึงคนนั้นพร้อมสถานการณ์ กริยา to happen หมายถึง เกิดขึ้น แต่เรามีอีกวิธีหนึ่งที่ถามว่า เกิดอะไรขึ้น นั่นคือ

9 What’s going on?

ความหมายเหมือน What’s happening? ครับ เพียงแต่ว่า What’s going on? อาจฟังเหมือนภาษาพูด หรือไม่ทางการเท่า What’s happening?

วิธีสุดท้าย …

10 What’s going down?

เหมือน What’s going on? นี่คือภาษาพูดยิ่งกว่านั้นอีก แปลว่า อะไรกำลังเกิดขึ้นอยู่ เพราะ to go down ในบางสถานการณ์แปลว่า เกิดขึ้น เป็นสแลงสุด ๆ ของภาษาอังกฤษ ถ้าไม่กล้าใช้ก็ ไม่เป็นไร

ครบแล้วครับ สังเกตไหมครับสิ่งสำคัญที่สุดคือ ฝรั่งไม่มี Where are you going? (ไปไหน) หรือ Have you eaten? (ทานข้าวหรือยัง) เพื่อทักทายเหมือนคนไทย ถ้าถามฝรั่งอย่างนี้ผมกลัวว่าเขาเข้าใจผิด เพราะที่จริงแล้วเขาไปไหนไม่ใช่ธุระอะไรของคุณอยู่แล้ว เขาอาจตอบว่า None of your business. (อย่ายุ่งน่า ไม่ใช่ธุระอะไรของคุณ)

 



 
       
  About Andrew Biggs
   
  Andrew Biggs was born in Brisbane, Australia. He worked as a journalist up until Valentine’s Day, 1989, when he flew to Bangkok.

read more
  Our Classrooms
   
  ABA offers tailor-made courses for companies. This means we build a course for your staff based on your direct needs. Our classes stress proper pronunciation as well as confidence building.

read more
  Contact Us
   
  Head Office : 1521/2 Taisin Square 2nd flr., (Soi 67-69), Sukhumvit Road, Phrakhanong Nua, Wattana, Bangkok

read more
  Follow Us
 
       
 
 1  0 Google +10  0
 
© 2013 Andrew Biggs Academy by Andrew Biggs. All rights reserved. For more information, please contact info@andrewbiggs.com
Our Bangkok Office: Tel: 02.726.9857-8, 086.339.5563, 087.337.5456 Fax: 02.726.9856
Hatyai: Tel : 074.347.267-8 Fax: 074.347.269 Mobile: 091.461.4558 Songkhla: 074.333.324