แชร์แรงบันดาลใจในการฝึกภาษาอังกฤษ จากเด็กที่เคยโง่มากคนนึง [ยินดีให้แชร์]

กระทู้ที่ 3741299
N2EMOKD
( @meen_sskm40134 ) IP
44 0
กระทู้นี้เราคิดอยู่นานว่าจะแชร์ดีมั้ย ขอบอกก่อนเลยนะว่าจริงๆเราก็ไม่ใช่คนที่เก่งอะไรมาก แต่พอมาคิดดูแล้ว ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน เราว่าตัวเองมาไกลมากกกกก 5555 คือมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากตอนม.ต้น พูดเป็นประโยคไม่ได้ ฟังฝรั่งพูดไม่รู้เรื่อง แต่ตอนนี้ฟังออก สื่อสารได้ในระดับนึง และเราก้ฝึกด้วยตัวเอง ไม่เคยเรียนพิเศษ ไม่เคยไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ เราภูมิใจในตัวเองมาก ถ้าเทียบกับคนที่เค้าเรียนพิเศษกันหรือไปแลกเปลี่ยนตปท.กันเราอาจจะสู้เค้าไม่ได้ในบางทักษะ แต่บางทักษะเราก็ว่าตัวเองก็ใช้ได้เลยนะ (โคตจะอวยตัวเอง 555) การจะเรียนภาษาถ้าเรียนไปโดยไม่มีแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้นก้อาจไม่ได้ผลดีมาก เหมือนกับการเดินทางไปเรื่อยๆโดยปราศจากเป้าหมายนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเราควรมีแรงบันดาลใจหรือเป้าหมายในการเรียนภาษาของเรา เราเลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ น้องๆทุกคน โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบภาษาอังกฤษ อย่าปิดกั้นตัวเอง  อยากให้ลองเปิดใจและพยายามกับมันดูสักครั้งคะ ! If you never try, you'll never know what you can do.

แรงบันดาลใจที่ทำให้เด็กโง่อยากจะเก่งภาษาอังกฤษ!
1.อยากไปเที่ยวต่างประเทศ
    เราเป็นคนชอบการเดินทาง ชอบวัฒนธรรมตะวันตก มีความฝันอยากไปเที่ยวทั่วโลก อเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี สเปน ออสเตรเลีย  อยากไปทุกประเทศเลยยย >< และการจะไปเที่ยวแต่ละประเทศนั้น ภาษาก็เหมือนเพื่อนร่วมทางที่เราต้องมีติดตัวไปถึงจะสนุก

2.อยากมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ
   อันนี้รสนิยมส่วนตัวนะ อาจจะดูไร้สาระแต่มันก็เป็น motivation ในการฝึกภาษาของเรามากๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย  แรงบันดาลใจข้อนี้ชัดเจนมาก
มั้ยละ 5555

3.หนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์
    ใครก้รู้ว่าหนังเรื่องนี้มัน Fantastic มากๆ เราเคยอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ฉบับแปล และดูเป็นภาคไทยด้วย แต่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ด้วยความที่ติ่งมากๆเราเลยไปยืมหนังสือแบบฉบับอิ๊งที่รร.มาอ่าน แต่ตอนนั้นยังไม่สำเหนียกในความสามารถของตนเอง อ่านได้แค่หน้าเดียวก้วาง คือศัพท์ที่ใช้มันค่อนข้างยากเราเลยอ่านไม่รู้เรื่อง เลยเปลี่ยนไปดูหนังแบบไม่มีซับแทน แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่องอีกว่าเขาพูดอะไรกัน มันขัดใจมากๆ ตั้งแต่ตอนนั้นเลยตัดสินใจฝึกภาษาอย่างจริงจังเพื่อที่จะอ่านแฮร์รี่ฉบับอิ๊ง และดูหนังเวอร์ชั่นอิีงให้เข้าใจ มีความพยายามมากกก 555



4.อยากเป็นแอร์โฮสเตส
    เรื่องอาชีพนี่ภาษาก็สำคัญมากๆเลย ไม่ว่าจะอาชีพไหน ภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับเราอยากจะเป็นแอร์ฯ  เพราะอยากใส่ยูนิฟอร์มสวยๆเดินลากกระเป๋าเท่ๆในสนามบิน ได้ทำงานได้บนเครื่องบิน มีเวลาพัก มีเวลาเที่ยว เงินเดือนดี มันก็เลยกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากเก่งภาษาอังกฤษเพื่อที่จะได้เป็นนางฟ้ากับเค้าบ้าง อิอิ
    

5.มีเอมม่า วัตสันเป็นไอดอล
   อาจจะงงว่าเอมม่าเกี่ยวไรกับเเรงบันดาลใจในการฝึกอิ๊งใช่มั้ย เอมม่าคือไอดอลในด้านการเรียนของเรา รวมถึงการฝึกภาษาด้วย คือมันเริ่มจากการที่เราอ่านวรรณกรรมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ครั้งแรกตอนม.2 ทำให้เราหลงรักตัวละครที่มีชื่อว่า เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ อย่างหัวปักหัวปำ พอไปดูหนังยิ่งชอบนางเข้าไปใหญ่ เลยเริ่มติ่งเอมม่ามาตั้งแต่ตอนนั้น คนอะไรทั้งสวย ทั้งฉลาดทั้งนอกจอปละในจอ น้องชายก็หล่อ >.< เพอร์เฟคอะไรเบอร์นั้น เอาใจเค้าไปเลยยยย <3 

 6.อยากจะสื่อสารให้เข้าใจ 
   โรงเรียนของเรามีทั้งนักเรียนแลกเปลี่ยนและครูต่างชาติมาสอน เราก้ตื่นเต้นมากอยากเข้าไปทำความรู้จักด้วย แต่ตอนนั้นเรายังพูดไม่ค่อยเก่ง ขี้อายด้วยเลยไม่กล้าเข้าไปทัก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีครูที่เปนดีไซน์เนอร์จากอเมริกา รัฐโอไฮโอมาสอน เราปลื้มนางมาก ได้เรียนชุมนุมกับนาง แต่นางเปนคนไม่ค่อยพูด เงียบๆเราเลยยังไม่กล้าพูดด้วย เวลาพูดก้พูดผิดๆถูกๆเพราะมันตื่นเต้น เลยสื่อสารกับนางไม่ค่อยเข้าใจ นางก้ดูจะงงๆนิดหน่อย แต่ก้ชวนเราคุย เราเลยตัดสินใจไปฝึกทบทวนภาษา ประโยคเบสิคมาใหม่เพื่อที่จะมาคุยกับนาง แต่เชื่อมั้ยวันที่เราตัดสินใจจะไปหานาง นางก้กลับประเทศไปแล้วเพราะมีปัญหาด้านการสอน เราแอบเสียดายมาก โอกาสมันมาแป๊บเดียวแล้วก้ไป ตั้งแต่นั้นมาเราก้บอกกับตัวเองให้เลิกกลัว แล้วพยายามสื่อสารให้มากขึ้น ถ้ามัวแต่กลัวก้ไม่เป็นสักที เพราะฉะนั้นเราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ โอกาสมาจะได้รีบคว้า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง

วิธีการฝึกภาษาง่ายๆด้วยตัวเอง
   เนื่องด้วยกระทู้นี้ไม่ใช่กระทู้แชร์วิธีการเรียนภาษาอะไร แต่เราแค่อยากจะแชร์แรงบันดาลใจในการฝึกภาษาของเรา เลยจะขอไม่เน้นมาก เอาจริงๆเราก้ไปหาวิธีมาจาก GOOGLE นั้นแหละ เอาเปนว่าขอแนะนำเว็บไซต์ในการฝึกภาษาละกัน ปิดเทอมนี้เอาไปฝึกกันเลยที่บ้าน ไม่ต้องเสียเงินไปเรียนคอร์สก้เก่งได้ 

สกิลการอ่าน
http://www.bbc.com/news
http://edition.cnn.com/


สกิลการเขียน
https://www.grammarly.com/?affiliateNetwork=ho&utm_campaign=Meetu%20Ltd.&affiliateID=1858&utm_source=program

สกิลการฟัง
https://www.ted.com/
 http://learnenglish.britishcouncil.org/en
http://www.esl-lab.com/
http://learningenglish.voanews.com/

สกิลการพูด
http://www.betteratenglish.com/practice-speaking-english-free
http://www.englishspeak.com/
   
ป.ล.ที่จริงมีเยอะกว่านี้นะ แต่แค่นี้ก้พอที่จะเก่งแล้ว แนะนำให้เรียนทีละเว็บไซต์ ชอบอันไหนก้ฝึกอันนั้น ดูหนังก้ได้ ฟังเพลงก้ดี หาเพื่อนฝึกภาษา แต่อันนี้หายาก เพื่อนไม่ค่อยยอมคุยด้วย 555 ใครอยากฝึกแชทภาษาด้วยกัน ข้อความลับมานะ อิอิ



สกิลก่อนฝึกภาษาอังกฤษ
- สกิลการอ่าน (4.5/10) : เมื่อก่อนไม่ชอบอ่าน เพราะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง อ่านได้แต่ประโยคง่ายๆ แต่พอเจอคำยากๆก้แปลไม่ออก ไม่เข้าใจ เพราะศัพท์ในหัวมันไม่ค่อยจะมี 555 
- สกิลการเขียน (4/10) : เขียนได้แต่ประโยคง่ายเบสิคทั่วๆไปที่เจอบ่อยๆอย่าง I love you , I have a pen , See you again etc. แต่ถ้าให้เขียนเรียงความนี่สอบตกตลอด เพราะไม่รู้จะเขียนยังไง แกรมม่าร์ไม่ได้ ศัพท์ก็ไม่มี
- สกิลการฟัง (3/10) : แย่มากกกกก คือชั้นฟังรู้เรื่องได้แค่ครูที่สอนชั้นอะแกร เพราะครูพูดช้าๆ สำเนียงไทยๆ พุดประโยคเดิมๆทุกวันซ้ำไปซ้ำมา ใครมันจะไม่เข้าใจ 555 แต่ถ้าลองให้ฝรั่งมาพูดสำเนียงอังกฤษของแท้ พูดก็เร็ว ฟังไม่ออกเลยว่าเขาพูดอะไร ฮือๆๆ TT
- สกิลการพูด (2.5/10) : งูๆปลาๆมากเลย เปนสกิลที่ตอนนั้นห่วยที่สุดเลยล่ะ อ่าน เขียน ฟัง ยังพอได้นะ แต่พูดนี่เหอะๆ อย่าให้พูดเลยจะดีกว่า เดี๋ยวจะฟังไม่รู้เรื่อง 555
- การสอบ (4/10) : สอบในห้องพอทำได้นะ แต่ o-net (ม.3) น้อยมากก 38 เองอะ


สกิลหลังฝึกภาษาอังกฤษ
- สกิลการอ่าน (7/10) : อ่านรู้เรื่องขึ้นเยอะเลย อ่านพวกนิยาย หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ text อะไรพวกนี้พอเข้าใจ เปิดดิชบ้าง คือสามารถเข้าใจในภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องแปลเปนไทย คงเปนเพราะผลจากการท่องศัพท์ และฝึกอ่านจนชินและกลายเปนความชอบ งานอดิเรกไปในที่สุด
- สกิลการเขียน (7.5/10) : คือพออ่านรู้เรื่องขึ้น เหมือนการเขียนมันก้ดีขึ้นเองอะ เพราะอ่านมาเยอะ เกี่ยวมั้ย? การเขียน essay นี่สบายๆไปเลย ช่วยเพื่อนแต่งด้วย 555 
- สกิลการฟัง (6.5/10) : สกิลนี้ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร เริ่มจากการฟังเพลง เปิดเทปภาษาอังกฤษ เริ่มดูซีรีส์ ดูหนังรู้เรื่องโดยไม่ต้องมีซับ 555 ฟังชาวต่างชาติได้หลากหลายสำเนียงมากขึ้น 
- สกิลการพูด (6/10) : คือที่พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดคือ pronunciation ออกเสียงได้ถูกต้องกว่าเมื่อก่อน สามารถสื่อสารได้ในชีวิตประจำวัน โต้ตอบได้ แต่ถ้าจะให้อธิบายอะไรยากๆคงจะยังไม่คล่อง สกิลนี้
มันพัฒนาได้ค่อนข้างยาก เพราะสภาพแวดล้อมเรามีแต่คนไทย ไม่มีคนให้ฝึกพูดด้วยเลยต้องพยายามเปนพิเศษ 
- การสอบ (7/10) : สอบในห้องเราผ่านแทบทุกครั้ง คะแนนดีขึ้นเรื่อยๆ จากผ่านก้เริ่มท็อปบ้าง ส่วนคะแนนห้องสอบก้ไม่ได้แย่มาก Quota CMU 76 , GAT-ENG 80 , 9 วิชา 7 64 , O-NET 68

เห็นผลลัพธ์ Before & After ไปแล้วอาจจะไม่ได้กลายมาเป็นเด็กเทพอิ๊ง พูดได้คล่องปรื๋อ เเน่นแกรมม่าร์ แต่สำหรับเราถือว่าพัฒนามาก มาไกลมากแล้ว และเราก้จะไม่หยุดพัฒนาเพียงแค่นี้ เราจะฝึกต่อๆไป เป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่กำลังพยายามอยู่นะ พยายามไปด้วยกัน ^^

If not me, who? If not now, when?
-Emma Watson





โหวตอารมณ์

ทั้งหมด 0 โหวต 0 โหวตเลือก
อยากเป็นคนแรกที่โหวตมั๊ยล่ะ... โหวตเลย!

แสดงความคิดเห็น

กระทู้ที่เปิดอ่านล่าสุด

เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
แทรกรูปจากแกลเลอรี่ - Dek-D.com
L o a d i n g . . .
x
เรียงตาม:
ใหม่ล่าสุด
ใหม่ล่าสุด
เก่าที่สุด
ที่กำหนดไว้

< Back

แทรกรูปโดย URL

กรุณาใส่ URL ที่ขึ้นต้นด้วย
http:// หรือ https://
กำลังโหลด...
ไม่สามารถโหลดรูปภาพนี้ได้
*เมื่อแทรกรูปเป็นการยืนยันว่ารูปที่ใช้เป็นของตัวเอง หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าของ และลงเครดิตเจ้าของรูปแล้วเท่านั้น
< Back

สร้างโฟลเดอร์ใหม่

< Back

ครอปรูปภาพ

Picture
px
px

ครอปรูปภาพ

Picture