Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com

ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยการดูคลิป

 

สวัสดีครับ

        ผมอาจจะคิดไม่ค่อยเหมือนคนอื่น  คือคนไทยหลายคน พอคิดว่าจะฝึกพูดภาษาอังกฤษก็ start ด้วยการฝึกพูดเลย แต่ผมกลับเห็นว่า จะต้องฝึกการฟังก่อน หรือฝึกฟังไปพร้อม ๆ กับฝึกพูด, ส่วนเรื่องปริมาณการฝึก ผมเห็นว่า เราจะต้องฝึกฟังเท่า ๆ กับฝึกพูด หรือฝึกมากกว่า, และถ้าวันไหนไม่มีเวลาฝึกพูด ก็ควรจะเจียดเวลามาฝึกฟังให้ได้

สาเหตุที่การฟังสำคัญมาก ก็เพราะว่า เราฟังด้วยหู และเสียงที่เราได้ยินนั่นแหละจะเป็นครูผู้วิเศษ ซึ่งจะบอกเราว่า เราควรพูดยังไง ออกเสียงยังไง และเนื้อเรื่องที่เราฟังจะให้วลีที่เราสามารถจดจำมาใช้พูดโดยไม่รู้ตัว การฟังจึงสอนเราทั้งสำเนียงและสำนวน (การอ่านนั้น ให้ศัพท์และสำนวน แต่ไม่ให้สำเนียง)

การฝึกฟังจึงต้องฝึกบ่อย ๆ เมื่อถึงเวลาที่ปากพูด  ปากก็จะพูดตามเสียงที่หูได้ยิน แต่ถ้านาน ๆ หูจึงจะได้ฝึกฟังสักครั้ง พอปากจะพูดจะไม่มั่นใจ เพราะไม่มีเสียงเป็นครูตามที่หูได้ฝึกฟังไว้

วิธีฝึกฟัง

  • ฟังเรื่องง่าย ๆ ก่อน แล้วค่อย ๆ ขยับให้ยากขึ้นทีละน้อย
  • ฟังทุกวัน

ในเว็บนี้ ได้รวบรวมเว็บ ลิงค์ ไฟล์ มากมาย ให้ท่านใช้ฝึก ที่ 3 ปุ่มนี้ที่คอลัมน์ซ้ายมือของหน้า

ณ นาทีนี้ผมกำลังคิดถึงข้อขัดข้องหนึ่งซึ่งเกิดกับตัวเอง ไม่ทราบว่ามีท่านใดเป็นอย่างผมบ้าง

ขอเล่าเรื่องนิดนึงนะครับ ผมเคยเข้าร่วมประชุมซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียน (มี office อยู่ที่ Jakarta) เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของสำนักงานซึ่งจัดการประชุมเล่าให้ผมฟังว่า เขาฟังภาษาอังกฤษได้เข้าใจทุกสำเนียง ไม่ว่าจะเป็นสำเนียงอังกฤษ อเมริกัน แขก ญี่ปุ่น เกาหลี ไทย มาเลย์ สิงคโปร์ จีน  แอฟริกา ฯลฯ เพราะเขาจัดประชุมอย่างนี้มาหลายปี และผู้เข้าประชุมก็มาจากทั่วโลก จึงฟังรู้เรื่องหมด

ผมมาคิดถึงตัวเองและเห็นว่า ผมฟังสำเนียงอังกฤษเข้าใจได้ง่ายกว่าสำเนียงอเมริกัน และแม้ว่าเว็บข่าวดังระดับโลกทุกวันนี้ทุกค่าย เขาก็จะจัดคนอ่านข่าวที่มีสำเนียงกลาง ๆ คนทั่วโลกฟังรู้เรื่อง  แต่โดยส่วนตัว ผมก็ยังรู้สึกว่าสำเนียงอเมริกันฟังยากกว่าอังกฤษ

แต่เมื่อดูในกลุ่มเพื่อนก็พบว่ามีหลายแบบ บางคนก็คล้ายผม บางคนก็เข้าใจสำเนียงอเมริกันมากกว่า บางคนเก่งมากเข้าใจทั้งสองสำเนียง และก็แน่นอนแหละครับ บางคนที่ไม่ยอมฝึกก็ไม่เข้าใจสักสำเนียง

เรื่องที่คุยในวันนี้ก็คงไม่มีอะไรมากหรอกครับ คือผมอยากจะบอกสัก 2 เรื่อง

หนึ่ง – ถ้าฝึกไปเรื่อย ๆ ไม่หยุด ก็คงเข้าใจได้ทุกสำเนียง

สอง – แต่ถ้าท่านใดจะเลือกฝึกฟังสำเนียงที่ตัวเองถนัดก่อน ก็ได้ครับ จะได้มีกำลังใจเพราะว่าฟังแล้วรู้เรื่อง

ผมขอแนะนำเว็บฝึกฟังข้างล่างนี้ครับ

สำเนียงอเมริกัน

สำเนียงอังกฤษ

ทุกสำเนียง

อย่างวันนี้ผมฝึกฟังคลิป YouTube ชุด English at work ของสำนักข่าว BBC ก็รู้สึกว่าฟังได้ง่าย ท่านใดจะลองดูก็ได้ครับ - คลิก


และสุดท้ายครับ  อยากจะบอกว่า การพยายามทำสิ่งที่ดีกว่า ย่อมทำให้ชีวิตมีความหมายและความสุข ภาษิตบอกว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หรือ  Where there's a will, there is a way. แต่บางคนบอกว่า คนเรามีโชค–เคราะห์, บุญ-บาป, เวรกรรม ไม่เหมือนกัน บางคนทำแล้วสำเร็จ บางคนทำแล้วไม่สำเร็จ และเขาก็อ้างว่า เรื่องนั้นเรื่องนี้ (เช่น เรื่องการฝึกภาษาอังกฤษ) เขาพยายามแล้ว  ไม่เคยสำเร็จ จึงท้อและไม่ขอพยายามอีกต่อไป เพราะแม้จะรู้ว่ามีประโยชน์ แต่มันเสียเวลาที่ไปทุ่มเทพยายามกับเรื่องที่ไม่เคยสำเร็จ จึงขอเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

หากท่านเชื่ออย่างนั้น ผมคงไม่มีสิทธิไปเบี่ยงเบนความเชื่อของท่านได้ แต่ถ้าท่านเป็นชาวพุทธ ผมขอชวนให้ท่านมองอะไรตรงนี้สักนิดนะครับ

พระพุทธเจ้าประกาศคำสอนโอวาทปาฏิโมกข์ 3 ข้อ ซึ่งเป็นหลักหรือแผนที่ในการดำเนินชีวิตของทุกคน ตั้งแต่เกิดจนตาย คือ

  • สพฺพปาปสฺส อกรณํ คือ อะไรไม่ดีอย่าทำ ผมขอใช้คำภาษาอังกฤษว่า don’t do
  • กุสลสฺสูปสมฺปทา คือ อะไรดีให้ทำ ผมขอใช้คำภาษาอังกฤษว่า   do
  • สจิตฺตปริโยทปนํ คือ รักษาใจให้สะอาด-สว่าง-สงบ ทั้งในเวลาที่เราพยายามไม่ทำ และพยายามทำ ผมขอใช้คำภาษาอังกฤษว่า don’t do & do - with pure mind.

ท่านลองทำใจให้เงียบ ๆ สงบ ๆ ปราศจากสิ่งรบกวน (pure mind) และในชั่วโมงนี้ ท่านลองไตร่ตรองดูเถอะครับว่า การฝึกภาษาอังกฤษนั้น มันเป็นสิ่งที่ควรจะ don’t do หรือ ควรจะ do เมื่อใจที่สงบบอกท่านว่าอย่างไร ท่านก็เชื่อใจของตัวเองนั่นแหละครับ  เพราะมันเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด

พิพัฒน์

https://www.facebook.com/EnglishforThai 

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com