Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com

Articles

สนทนาภาษาไทย แปลเป็น อังกฤษ

 

 

 HANDBOOK  OF EASY CONVERSATION

สนทนาแบบสบายสบาย

 FOR  ARMY MEDICAL PERSONNEL BY

 COLONEL DR. WATHIT SREVANTHA D.B.A.

 SPECIAL EDITION COPYRIGHT  2012

 สนทนาแบบสบายสบายในชีวิตประจำวัน

 ใช้เมาส์ลาก ต่อจากเครื่องหมาย  - เพื่อดูภาษาอังกฤษ


 1.   SIMPLE GREETING (การทักทายอย่างง่าย)

-อรุณสวัสดิ์ / สวัสดีตอนเช้า

 -Good morning

-สวัสดีตอนกลางวัน

- Good afternoon

-สายัณห์สวัสดิ์ / สวัสดีตอนเย็น

- Good evening

-หวัดดี / สวัสดี

 -Hello

-สบายดีหรือ?

 -How are you? / How are you doing?

 -ท่านไปไหนมาทั้งวัน?

 -Where have you been all day long?

 - สวัสดีครับท่าน

 -Good morning, Sir  (ใช้กับผู้ชาย)

 - สวัสดีครับท่าน

 -Good morning Madame / Mam (ใช้กับผู้หญิง)


  2.  SIMPLE PARTING  (การลาจากอย่างง่าย)

 - ลาก่อน

 -Goodbye/ Bye

 - ราตรีสวัสดิ์ / การลาจากในตอนกลางคืน

 -Good night

 - พบกันอีกนะ

 -See you (อ่านว่า  “ซียอ”)

 - พบกันในวันพรุ่งนี้

 -See you tomorrow

 - พบกันในวันอาทิตย์

 -See you on Sunday

 - พบกันอาทิตย์หน้า

 -See you next week

 - พบกันเดือนหน้า

 -See you next month

 - พบกันปีหน้า

 -See you next year

 - อย่าลืมเขียนจดหมายมานะ

 -Don’t forget to write.


 

3.   THANK YOU (ตอบขอบคุณอย่างง่าย)

 -ขอบคุณ

 -Thank you

 -ขอบคุณ

 -Thanks (ใช้กับคนกันเอง)

 -ขอบคุณมาก

 -Thank you very much

 -ขอบคุณมาก

 -Thanks a lot (ใช้กับคนกันเอง)

 -ขอบคุณมาก

 -Thank you so much (ใช้กับคนกันเอง)


 

 4.   INVITATION (คำพูดง่ายๆในการเชื้อเชิญแขก)

 - เชิญข้างใน

 -Please come in

 - เชิญนั่ง

 -Please sit down / Sit down please / Take a seat

 - ท่านเป็นใคร

 -Who are you? / May I have your name?

 - คุณ ........... อยู่ที่นี่ไหม?

 -Is Mr…… / Mrs…… here?

 - ฉันคือ .........

-I am …………… (ตามด้วยชื่อ)

 - ท่านชื่ออะไร?

-What’s your name?

-ฉันชื่อ ...........

 -My name is ………… (ตามด้วยชื่อ)

 - คอยสักครู่

 -Wait a moment please

 -มาอีกครั้งพรุ่งนี้

 -Come again tomorrow.

 -เมื่อวานนี้มาหาครั้งหนึ่งแล้ว  

 -I came to see you once yesterday.

 -ฉันเสียใจมากเพราะมีธุระต้องออกไปข้างนอก   

 -I am sorry, I went out on business.


 

 5.   APOLOGIES (การขอโทษ)

 -ขอโทษ/เสียใจ

 -Sorry. (คำนี้ใช้ได้เปรียบเหมือนการขอโทษ)

 -ฉันขอโทษ

 -Excuse me.

 -ขอโทษที่ทำผิดอย่างมาก

 -May I excuse?

 -ขออภัย

 -Pardon me.

 -ขออภัย

 -Apologize.

 -ได้โปรดยกโทษให้

-I beg your pardon.


 

6.   SPEAKING ON THE TELEPHONE (การพูดโทรศัพท์)

-ฮัลโล , ที่นั่นบ้านคุณวิรัตน์ใช่ไหม?  

-Hello, is that Khun Virut’s house? / Khun Virut ‘s house right?

-ใช่ครับ ใครกำลังพูด?   

-Yes, who is calling / who is speaking?

- ไม่ใช่ครับ ที่นี่คือห้างตั้งฮั่วเส็ง  

 -No, this is Tang Hua Seng Department Store.

 -ท่านต้องการพูดกับใครล่ะ?  

 -With whom do you want to speak?

 -ผมต้องการพูดกับนายณรงค์  

 -May I speak with Mr. Narong. / I want to speak with ……

- นายณรงค์ออกไปข้างนอก  

-Mr. Narong is out. / He’s not here  right now, he went out.

- นายเกียรติอยู่ที่นั่นไหม?

-Is Mr. Kiat there?

- ผมนายเกียรติกำลังพูดอยู่

-Mr. Kiat ‘s speaking.

- พิบูลย์กำลังพูดใช่ไหมนั่น?  

 -Are you Piboon? / Piboon’s speaking right?

 -ใช่ฉันกำลังพูด

 -Yes, I am.

 -สบายดีหรือไม่ได้พบกันมานาน

 -How have you been? I haven’t seen you in a long time.

 -สบายดี ขอบใจ

 -Quite well, thank you.

 -มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง?

 -Is there anything happening?

 - ไม่มีอะไร

 -Nothing

 - อยากให้ท่านมาหาผมที่บ้านเย็นนี้  

 -Please come to my house this evening.

 - คุณมาได้ไม๊?

 -Can you come?

 - ฉันไปได้

 -Yes, I can.

 - จะพบกับท่านเวลา หกโมงครึ่งเย็น   

 -I will see you at six-thirty in the evening


 

 7.   TO GET INFORMATION AND DIRECTION

        (สอบถามข้อมูลและถนนหนทาง)

 -ช่วยบอกทางไปถนนเพชรเกษมหน่อย  

 -Can you tell me the way to Petkasem Road?

 -มันห่างไกลจากที่นี่มากนะ

 -It’s a long distance from here.

 - ประมาณ 10 ก.ม.

 -It’s about ten kilometers far from here.

 -ฉันจะไปที่นั่นได้อย่างไร?

 -How to get to there?

 -ฉันจะต้องไปทางไหน?

 -Which way must I go?

 -ให้เดินตรงไป

 -Go straight ahead

 -ต่อจากนั้นให้เลี้ยวซ้าย

 -then turn left on ……     (ตามด้วยถนน)

 -ต่อจากนั้นให้เลี้ยวซ้ายบนถนนพระราม 5

 -then turn left on Rama V

 -ท่านเป็นคนแปลกถิ่นใช่ไหม? 

 -Are you a stranger here?

 -ใช่ฉันเป็นคนแปลกถิ่น

 -Yes, I am.

 -ฉันเพิ่งมาถึงกรุงเทพฯเช้านี้เอง

- I arrived in Bangkok this morning.

- ฉันอยากจะแนะนำคุณไปโดยรถสามล้อ   

 -I would like to advise you to go by tricycle.

 -ค่ารถสามล้อเท่าไหร่ล่ะ?

 -What is the cost to go by tricycle? / How much it cost, if I go by tricycle?

 - คิดว่าประมาณ 50 บาท  

- I think, it will cost fifty baht.

-สามล้อมาแล้ว

 -A tricycle is coming.

 -ท่านถามราคาได้ 

 -You can ask him about the fare.

 -ขอบคุณในการช่วยเหลือ

 -Thank you for your help.  


 

8.   POLITE REQUEST FOR HELPING 

  (การขอความช่วยเหลือที่สุภาพ)

 -ขอให้ท่านช่วยเหลือ

 -Please help me

 -ขอความกรุณาให้ท่านช่วยเหลือ

 -Would you mind helping me?


 

 9.   REQUEST SOMEONE TO DO SOMETHING 

  (ขอให้บุคคลทำอะไรให้กับเรา)

 -โปรดซื้อให้ฉัน

 -Buy it for me

 -โปรดปิดหน้าต่าง

 -Shut the window please.

 -โปรดปิดประตู

 -Shut the door please.

-โปรดเปิดไฟให้หน่อย

 -Turn on the light please.

-โปรดปิดไฟให้หน่อย

-Turn off the light please.


 

10.   SORRY (การพูดเกี่ยวกับความเสียใจ)

 -ฉันเสียใจมาก

 -I am very sorry.


 

11.   ILLNESS (การพูดเกี่ยวกับการเจ็บป่วย)

-ฉันเป็นไข้หวัดอย่างหนักเลย

- I have a bad cold.

-รับประทานยาหรือยัง?

-Have you taken the medicine?

-ไม่ต้องรับประทานยา

-No need to take the medicine.

-ท่านไม่สบายหรือ?

-Are you not well right?

-ฉันปวดหัว

-Yes, I have a headache.

-ท่านสูบบุหรี่ไหม?

-Do you smoke?


 

12.   THE WEATHER (การพูดเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

 -เมื่อวานนี้ฝนตกหนัก

-Yesterday, it rained very hard.

-วันนี้ลมแรงจัด

-Today, the wind is blowing hard.

-ฝนจะตกแล้ว

-It is going to rain.

-วันนี้หนาวไหม?

-Is it cold today?

-วันนี้ค่อนข้างหนาว

-Yes, it is rather cold.

-ในกรุงเทพฯร้อนไหม?

 -Is it hot in Bangkok?

-ไม่ร้อนมากหรอก

-No, it is not very hot.

-ลมเป็นอย่างไรบ้าง?

-How is the wind?

-ลมกำลังพัดแรง

-It is blowing so hard.

-ฝนจะตกอีกไหม?

-Is it going to rain again?

-ใช่ฝนจะตกอีก

-Yes, it is going to rain.

-ฝนหายแล้ว

-The rain has stopped.

-พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว

 -The sun has risen already.

 -ท่านรู้สึกอย่างไรกับอากาศตอนนี้   

-How do you feel about  the weather?

-ก็ดี

-That’s OK.

-ท่านรู้สึกหนาวไหม?

-Do you feel cold right?

-ไม่รู้สึกหนาวเลย

- No, I do not feel cold at all. (คำว่า at all แปลว่า เลย)

-หวังว่าฤดูฝนคงผ่านไปเร็วๆนี้

-I hope rain will pass soon.

-ฉันชอบฤดูหนาวพอๆกับฤดูร้อน 

-I like winter as well as summer.


 

13.   TRANSACTIONS (เกี่ยวกับการซื้อขาย)

-ตลาดอยู่ที่ไหน?

-Where is the market?

-ท่านจะซื้ออะไร?

-What will you buy?

-ฉันจะซื้อปลา

-I will buy fish.

-แพงจัง

- So expensive.

-มันไม่ทนทาน

 -No endurance.

-ท่านต้องการเท่าไร?

 -How much do you want?

 -ลดหน่อยน่า

 -Reduce a bit.

 -เขาโก่งราคามากไป

 -He raises the price too high.

 -ฉันลดให้คุณไม่ได้

 -I cannot reduce it.

 -ถูกจัง

 -So cheap. / not expensive.

-ฉันจะซื้อหนังสือเล่มนี้

 -I will buy this book.

 -มันทำด้วยอะไร?

 -What is it made of?

 -มันดีด้วยกันทั้งคู่

 -Both of them are good.

 -นี่ดอกไม้อะไร?

 -What kind of flower is this?

 -นี่คือกุหลาบ

 -This is rose.

 -ฉันต้องการจะซื้อ .............

 -I want to buy ………..

 -ฉันต้องการของราคาถูก

- I want cheap price.

-ฉันต้องการของดี

 -I want good things.

 -ใหญ่หน่อย

 -A little big.

 -เล็กหน่อย

 -A little small.

 -หนาหน่อย

 -A little thick.

 -บางหน่อย

 -A little thin.

 -ขอเปลี่ยนได้ไหม?

 -Can I change it?

 -เอาอันนั้นมาดูซิ

 -Let me see that one.

 -นั่นนะถูกแล้ว

 -Yes, that is right.

 -ราคาเท่าไร?

 -How much does it cost?

 -มีดีกว่านี้ไหม?

 -Have you anything better than this?

 -นี่เป็นไหมแท้หรือ?

 -Is this real silk?

 -ฉันจะเอาอันนี้

 -I will take this one.

 -หมู่นี้ท่านค้าขายอะไร?

 -What do you sell these days?

 -ฉันส่งสินค้าออกนอกประเทศ    

- I am in the export business. /

- I work about the export business.

-โดยมากสินค้าไปเมืองไหน?  

 -Which country do you contact  mostly?

 -การค้าเจริญดีไม๊?  

 -Is business good? / Your business is good right?

 -ดีพอไปได้

 -Yes, good enough.

 -มีลูกจ้างกี่คน?   

 -How many employees do you have? (US) / How many employees have you? (UK)

 -มากกว่าสิบ

 -More than ten.

 -เคยไปอเมริกาไหม?

 -Have you ever been to the U.S.A.?

 -ไปตลอด

 -Yes, I go often.

 -ฉันขอรับรองความทนทานของทีวีเครื่องนี้  

 -I can guarantee the durability of this television.

 -แบบนี้เป็นแบบที่เขาไม่นิยมกัน

 -This style is not popular.

 -อันนี้สิที่ทันสมัย

 -This is an up-to-date article.

-อันนี้สิทันสมัยล้ำยุคมาก

 -This style is cutting edge.

 -แล้วอันนี้ล่ะ

 -How about this one?

 -ท่านลดราคาลงอีกได้ไหม?

 -Can you make it cheaper?

 -อันนี้ดูดีอยู่แล้ว

 -This one looks very nice.

 -แต่ราคาสูงมาก

 -But the price is too high.

 -อันนี้ไม่เหมาะส าหรับฉัน

 -This one is not suitable for me.

 -แล้วท่านชอบอันไหนล่ะ?

 -Which one do you prefer?

 -ท่านมีสีม่วงหรือไม่?

 -Do you have a purple one?

 -อันนี้ไม่ใหญ่พอ

 -This one is not big enough.

 -ฉันใส่ไม่ได้

 -I cannot wear it.

 -ถ้าท่านเอามาคืนในสามวัน  จะคืนเงินให้

 -If you bring it back within three days, I will  return your money.

 -ฉันต้องการอันที่ถูกกว่านี้

 -I want a cheaper.

 -โปรดห่อให้ฉันด้วย   

 -Please wrap it up for me. / Please pack it for me.


 

 14.   BUYING AND SELLING WITH CUSTOMERS 

     (การซื้อขายกับลูกค้า)

- ท่านจะซื้ออะไร?

-What will you buy?

- ท่านจะซื้อกี่กิโล?

-How many kilos will you buy?

-กิโลละเท่าไหร่?

-How much per kilo?

- กิโลละยี่สิบบาท

 -It is twenty baht per kilo.

-มันแพงเกินไป

-It’s too expensive. / It is not cheap.

- ท่านลดราคาลงได้ไหม?

-Can you take less?

- นี่เป็นราคาตายตัว

 -This is a fixed price.

- ฉันจะคิดคุณแค่กิโลละ สิบแปดบาท  

-I will give you eighteen baht per kilo.

-ฉันไม่มีกำไรเลย

 -I don’t have any profit at all.

-ขอดูอันที่ถูกกว่านี้

-Show me a cheaper one.

- ท่านต้องการอันนี้ไหม?

-Do you want this one?

- มันหยาบเกินไป (หมายถึงเนื้อผ้า)

-It is too coarse.

- อันนี้ละเอียดที่สุด

-This one is the finest.

- คุณภาพไม่ดีเลย

-The quality is not good at all.

- ท่านขายเชื่อหรือเปล่ า?

-Do you sell goods on credit?

- เปล่าเราขายแต่เงินสด

-No, we sell for cash.

-รวมทั้งหมดเท่าไหร่?

-How much altogether?

- ห้าสิบบาทรวมทั้งหมด

-Fifty baht altogether.


 

15.   BILL COLLECTIONS (การเก็บเงิน)

-ท่านกรุณาจ่ายเงินชำระบัญชีนี้หน่อยได้ไหม?  

 -Could you please  pay this account?

 -จำนวนเท่าไหร่?

 -How much I have to pay?

 -สามร้อยบาท

 -It’s three hundred baht.

-ฉันจำได้ว่าชำระเรียบร้อยแล้ว  

 -I remember I cleared off  / paid off this account  already.

 -ท่านยังค้างอยู่อีกห้าสิบบาท  

 -You are still fifty baht in arrear.

 -ถ้าเช่นนั้นจะชำระให้อาทิตย์หน้า   

 -Then, I will pay up next week.

-ขอบคุณ ฉันจะมาพบท่านอีกอาทิตย์หน้า   

-Thank you, I will meet you again next week.

-ท่านกรุณาชำระในวันนี้ได้ไหม?   

-Could you please  pay it today?

-ท่านควรมาอีกในตอนบ่าย

 -Please come again this afternoon.

 -ขอโทษโปรดจ่ายเดี๋ยวนี้

 -Excuse me, please pay it now.

 -ฉันจะต้องไปที่อื่นอีกหลายแห่ง  

 -I have so many places to go.

-เวลานี้ฉันไม่มีเงินเลย

-I don’t have any money at this moment.

-ขอเรียนถามว่าท่านจะชำระบัญชีนี้กี่โมง?  

 -May I ask, what time you will clear up this account?

-ขอเลื่อนไปจ่ายในปลายเดือนนี้    

- I will have to postpone paying at the end of this month.

-ดีแล้ว  ฉันหวังว่าท่านคงไม่เสียคำพูด  

 -All right, I hope you will not break your promise.


 

16.   IN THE BALL ROOM (ในห้องเต้นร า)

-ท่านเต้นร าเป็นไม๊?

-Can you dance?

 -ใช่  ฉันเต้นรำเป็น

 -Yes, I can.

 -เราไปเต้นรำกันคืนนี้ไม๊?

 -Shall we go to dance tonight?

 -เมื่อคืนนี้สนุกไม๊?

 -Did you enjoy yourself last night?

-ใช่  สนุกมากทีเดียว  

-Yes, I enjoyed myself immensey.

- บ๋อย  ขอกาแฟหนึ่งแก้ว   

-Boy, give me a cup of coffee please.

-ขอเล็มโมเน็ตหนึ่งแก้ว  

-Please give me a glass of lemonade.

-ท่านชอบเพลงนี้ไม๊?

-Do you like this song?

-มันไม่เลวนัก

-It’s not so bad.

-ฉันอยากสูบบุหรี่

-I want to smoke.

-ท่านมีบุหรี่ไม๊?

 -Do you have any cigarette?

-ฉันขอเต้นรำกับท่านได้ไหม?

 -May I dance with you?

 -เดี๋ยวนี้ดึกแล้ว

 -It’s getting late.

 -เราจะไปบ้านกันหรือยัง?

 -Shall we go home?

 -อย่าวิตกไปเลย

 -Don’t worry about that.

 -ฉันจะไปส่งท่านที่บ้าน

 -I will take you home.


17.   AT THE MARKET (ในตลาด)

-เนื้อวัวราคาเท่าไร?

-What is the price of beef?

-กิโลละแปดสิบบาท

 -Eighty baht per kilo.

-ฉันต้องการเนื้อหมูหนึ่งกิโล

 -I want one kilo of pork.

-ส้มราคาเท่าไร?

 -What is the price of oranges?

 -กิโลละสามสิบห้าบาท

 -Thirty –five baht per kilo.

 -ต้องการกล้วยสองหวี

- I want two bunches of bananas.

-หวีละเท่าไร?

 -How much per bunch?

 -หวีละยี่สิบบาท

 -Twenty baht per bunch.

-ต้องการซื้อองุ่น  มะพร้าวและแอปเปิล  

-I want grapes,  coconuts and apples.

-ผักกาดหอมขายอย่างไร?   

 -How do you sell these heads of lettuce?

 -กิโลละสิบห้าบาท

 -Fifteen baht per kilo.

 -ท่านมีมันฝรั่งไหม?

 -Do you have some potatoes?

 -ไม่มี  แต่มีมะเขือเทศเท่านั้น  

 -No, but we have only tomatoes.

 -ท่านต้องการอะไรอีกไม๊?

 -Do you want anything else?

 -โปรดห่อเข้าด้วยกัน

 -Please wrap / pack them up.

 -และใส่ลงในกระจาด

 -And put them in the basket.

 -ไข่เหล่านี้สดไหม?

 -Are these eggs fresh?

 -ฉันต้องการเนยสดสองปอนด์ 

 -I want two pound of butter.

 -ฉันต้องการน้ำมันหมูสามปอนด์   

 -I want three pounds of lard.


 18.   IN A SHOP (ภายในร้าน)

-ฉันต้องการซื้อหมวกหนึ่งใบ

-I want to buy a hat.

-ท่านต้องการหมวกชนิดไหน? 

-What kind of hat do you want?

-ฉันต้องการหมวกผ้าสักหลาด

 -I want a felt hat.

-ขนาดอะไร?   

 -What is the size? / What size do you want?

-ขนาดเจ็ดนิ้ว

-It is seven inches.

-ฉันต้องการเสื้อเชิ๊ตด้วย 

-I also want a shirt. / I want a shirt too.

-ท่านมีตัวสีฟ้าไหม?   

-Do you have a blue one? / Have you a blue one?

-ฉันอยากได้ตัวที่แขนสั้น

-I want one with short sleeves.

-รวมทั้งหมดเท่าไหร่?

-How much altogether?

-รวมทั้งหมดสองพันห้าร้อยบาท   

 -Two thousand and five hundred baht altogether.

-นี่คือธนบัตรใบละห้าร้อยบาท  

 -This is five hundred note.

 -โปรดทอนห้าสิบบาท   

 -Please give me fifty baht change.

 - ท่านต้องการตราอะไร?

 -What brand do you want?

 -ต้องการตราลูกไก่

 -I want Chicken Brand.

 -โปรดเอาตัวอย่างมาให้ฉันดู

 -Please show me a sample.

 -ของเหล่านี้มาจากต่างประเทศหรือเปล่า?   

 -Are these foreign made?

 -เปล่ามันทำในนี้

 -No, they are of local make.

 - ฉันต้องการขนาดขวดเล็ก  ครึ่งโหล   

 -I want a half dozen, small bottles.

 -ท่านจะคิดราคาเท่าไหร่?   

 -How much do you charge for this?

 -ฉันต้องการอย่างนี้หนึ่งอัน

- I want one like this.

-ฉันต้องการสองสำรับ

- I want two sets.

-ท่านต้องการกี่โหล?

 -How many dozen do you want?


 

19.   IN A RESTAURANT (ในร้านอาหาร)

 -เราไปร้านอาหารหาอะไรกินกัน

 -Let’s go to a restaurant and have something to eat.

 -ท่านจะรับประทานอะไร?   

 -What do you want to eat? / What will you have?

 -บ๋อย  เอารายการอาหารมาให้หน่อย  

 -Boy! Bring us the menu.

-เอาซุปมาสองชาม

 -Bring us two plates of soup.

 -ต่อจากนั้นก็ปลา

 -afterwards fish,

 - ต่อจากนั้นก็เป็นสเต๊กเนื้อ

 -and then beef steak.

 - บี๊ปสเต๊กต้องทอดให้สุก   

 -The beefsteak must be well cooked / well done.

 -จะดื่มอะไรบ้างไหม?    

 -Would you like something to drink?

 -ขอเบียร์หนึ่งขวด

 -Give us a bottle of beer.

 -ขอน้ำแข็งสองแก้ว

 -Bring me two glasses of ice.

-ท่านมีแอปเปิลบ้างไหม?

 -Do you have some apples?

 -ขอจานสะอาดหนึ่งใบ

 -Give us a clean plate.


 

20.   IN A THEATRE (ในโรงภาพยนต์)

-วันอาทิตย์นี้ท่านจะไปไหน?    

-Where will you spend this Sunday?

-ฉันจะไปดูหนัง

 -I will go to see the cinema / movies.

 -ฉันไปกับท่านได้ไหม?

 -May I go with you?

-ได้สิ

 -Yes, certainly. / Yes, of course.

-ที่โรงหนังไอแม็กซ์ฉายเรื่องอะไร?  

 -What is the show of the IMAX Theatre?

 -ใครเป็นนางเอก

 -Who is the leading actress?

 -ฉันต้องการจองที่นั่งสองที่วันอาทิตย์หน้า  

 -I want to book two seats for next Sunday.

 -หนังจะฉายเมื่อไหร่?

 -When will the movie commence?

 -เริ่มเก้าโมงครึ่ง

- It starts at nine thirty a.m.

-ใครเป็นนางเอกที่ท่านชอบมากที่สุด 

 -Who is your favorite actress?

-ฉันชอบเบิร์ด ธงชัย มากที่สุด  

 -I like Bird Thongchai most.

 -ฉันชอบเสียงของเขา  ร้องเพลงเพราะด้วย

 -I like his voice and he can sing beautifully.

 -ภาพยนต์คืนนี้ท่านเห็นเป็นอย่างไร?  

 -What do you think of the show tonight?

 -มันขบขันมากเลย

 -It is very amusing. / It is very funny.

 -ท่านจะมากับฉันอีกไหมเสาร์หน้า  

 -Will you come with me again next Saturday?

 -จ้ะ  ฉันจะมา

 -Yes, I will.


 

21.   IN A BEER BAR (ในเบียร์บาร์)

-เชิญนั่ง

-Please sit down. / Take a seat.

-ท่านจะรับประทานอะไร?

-What will you eat?

-มีอะไรกินบ้าง?

-What do you have something to eat?

-ฉันจะเอารายการอาหารมาให้ท่าน  

- I will bring you the menu.

-ขอเบียร์ขวดหนึ่ง

-Bring me a bottle of beer.

-เอาโซดามาหนึ่งขวด

-Bring me a bottle of soda.

-คุณงามเหลือเกิน   

-You are very pretty. (คำว่า สวย ใช้ beautiful)

-มานั่งที่นี่สิ

 -Please come and sit here.

 -เธอชื่ออะไร?

 -What is your name?

 -อายุเท่าไร?

 -How old are you?

 -คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือ?

 -How long have you been staying here?

 -ไม่นานหรอกค่ะ

 -Not very long.

 -ท่านเป็นนายทหารหรือ?

 -Are you an officer?

 -ท่านเป็นชาติอะไร?

 -What is your nationality?

 -เคยรบที่ไหน?

 -Where did you fight?

 -คุณรักฉันไหม?

 -Do you love me?

 -ฉันรักเธอมาก

 -Yes, I love you very much.

 -ไปเที่ยวกับฉันไหม?

 -Will you go to enjoy yourself with me?

 -ไปดูหนังกับฉันไหม?  

 -Will you go to see the movie/cinema with me?

 -คุณจะเป็นภรรยาผมได้ไหม?

 -Can you be my wife?

 -ฉันต้องการผู้หญิงสักคนหนึ่ง

 -I want a woman.


 

22.   TIME & DATE (วันและเวลา)

-วันนี้เป็นวันอะไร?

 -What day is it?

 

-วันนี้เป็นวันจันทร์

 -Today is Monday.

 

-วันนี้เป็นวันที่หนึ่งเดือนมกราคม   

 -Today is the first of January. / Today is January the first.

 

-วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบห้าเดือนมกราคม  

 -Today is the twenty-fifth of January.

 

-วันนี้เป็นวันกองทัพไทย

 -Today is Royal That Armed Forces Day.

 

-พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์

 -Tomorrow is Saturday.

 

-หยุดวันอาทิตย์ไหม?

 -Is it closed on Sunday?

  

-มะรืนมาไหม?   

-Will you come on the day after tomorrow?

 

-เราจะย้ายในวันพรุ่งนี้

 -We will move tomorrow.

 

-กี่โมงแล้ว

 -What time is it?

 

-ยังเช้าอยู่เลย

 -It is still early.

 

-นี่สายแล้ว

 -It is late.

 

-ออกจะสายไปหน่อย

 -It is a little late.

 

-เลยเวลาไปแล้ว

 -The time has passed.

 

-นี่บ่ายโมง

 -one o’clock in the afternoon.

 

-บ่ายโมงกว่าแล้ว

 -It is past one p.m. already.

 

-เที่ยงวัน

- It’s noon. / It’s twelve noon. / It’s midday.

 

-เกือบสามโมงเช้าแล้ว

 -Nearly nine a.m.

 

-ดูนาฬิกาข้อมือสิ

 -Look at wrist watch.

 

-นาฬิกาข้อมือของฉันไม่เดิน

 -My wrist watch does not work.

 

-นาฬิกาของท่านกี่โมง?   

 -What time is it by your watch?

 

-นาฬิกาของฉันไม่ตรง

 -My watch is not accurate.

 

-นาฬิกาของท่านเดินเร็วมาก

 -Your watch is too fast.

 

-นาฬิกาเสีย

 -My watch is out of order.

 

-เสียเมื่อไหร่?

 -When did it get out of order?

 

-เข็มนาฬิกาหัก

 -The watch – hand is broken.

 

-ต้องเอาไปซ่อมแล้ว

 -Get it repaired.

 

-เวลาน้อยไปไม่ทัน

 -Not enough time to go.

 

-เวลานี้ไม่ว่าง / ยุ่งมาก

 -I am busy now.

 

-มาสาย

 -Coming late.

 

-ท่านมาสายไปหน่อย

 -You came a little late.

 

-ถึงเวลาแล้ว

 -Now is the time.

 

-ท่านมาสายเสมอ

 -You always come late.

 

-เวลาล่วงเลยไปเร็ว  

 -Time passes by quickly. / The time is running out.

 

-เวลาทำงานของท่านเวลาอะไร?  

- What are your office hour?

 

-ตั้งแต่ห้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น  

 -From nine in the morning  to five in the afternoon. / From nine a.m. to five p.m.

 

-บริษัทท่านอยู่บนถนนพญาไทหรือ?   

- Is your company on Phayathai Road?

 

-เดี๋ยวนี้ย้ายไปถนนราชวิถีแล้ว   

 -It has been moved to Ratchwithi  Road already.

 


 

23.   AT THE RAILWAY STATION (เกี่ยวกับสถานีรถไฟ)

 

-ฉันจะไปสถานีรถไฟ

 -I will go to the railway station.

 

-ท่านจะไปด้วยไหม?

 -Will you accompany me?

 

-ท่านไปก่อน  ฉันมาทีหลัง  

 -Go ahead, I will come later on.

 

-ฉันมาที่นี่โดยรถไฟ

 -I came here by train.

 

-พูดให้ชัดเจน

 -Speak clearly.

 

-รถออกเวลาเท่าไร?

 -What time does the train leave?

 

- ท่านซื้อตั๋วแล้วหรือยัง?  

 -Have you bought the ticket? / Do you buy a ticket already?

 

-ใช่  ฉันซื้อมาแล้วสี่ใบ

 -Yes, I have bought four tickets.

 

-ท่านจะไปโดยรถด่วนหรือ? 

 -Are you going by the express train?

 

-เปล่าฉันจะไปโดยรถธรรมดา  

 -No, I will go by ordinary /  regular train.

 

-รถจะถึงนครสวรรค์กี่โมง?  

 -What time will the train arrive in Nakornswan?

 

-ฉันคิดว่าเก้าโมงเช้า

 -I think about nine a.m.

 

-ห้องขายตั๋วอยู่ที่ไหน?

 -Where is the booking office?

 

-ตั๋วชั้นหนึ่งไปเชียงใหม่เท่าไหร่?  

- How much is a first class ticket to Chiangmai.

 

-ฉันมีกล่องใบใหญ่หนึ่งใบ

 -I have a big box. ,

 

-และใบเล็กสี่ใบ

 -and four small boxes.

 

-นั่นเป็นรถไฟโดยสารหรือเปล่า?   

 -Is that a passenger train?

 

-เปล่ามันเป็นรถสินค้า

 -No, It is a goods train.

 

-กระเป๋าใส่เสื้อผ้าของฉันอยู่ไหน?   

 -Where is my suitcase?

 

-ฉันวางมันไว้ที่ชานชาลา

 -I place it on the platform.

 

-บอกให้คนขนของขนกระเป๋าไปไว้ที่รถไฟ   

 -Tell the porter to take this suitcase to the train.

 

-เขาไปไม่ทันรถ

 -He failed to catch the train.

  

 

-ฉันจะรับประทานอาหารกลางวันในรถไฟ 

 -I will have  my lunch on the train.

 

-เร็วๆเข้า

 -Hurry up,

 

-มิฉนั้นจะหาที่นั่งไม่ได้  

 -otherwise, we will not be able to get a seat

 

-วันนี้รถไฟช้ามาก

 -The train is very late today.

 

-เพื่อนของฉันจะมารับที่สถานีมักกะสัน  

 -My friend will pick  me up at Mukkasan Station.

 

- มีรถเสบียงในขบวนนี้ไม๊?

 -Is there a restaurant car in this train?

 


 

24.   IN A HOTEL (ในโรงแรม

-โรงแรมที่ดีสุดอยู่ที่ไหน?     

 -Where is the best hotel in this town?

 

-อยู่ที่ถนนราชดำริ

 -It is on Rachadamri Road.

 

-โรงแรมนั้นชื่ออะไร?

 -What is the name of that hotel?

 

-ชื่อโรงแรมเอราวัณ

 -It is Erawan Hotel.

 

- โปรดบอกคนขับรถไปส่งฉันที่นั่น  

 -Please tell the driver to  send me there.

 

-ฉันต้องการห้องใหญ่

 -I want a big room.

 

-ท่านมีห้องที่ดีกว่านี้ไม๊?  

 -Do you have a better room than this?

 

-นี่เป็นห้องดีที่สุดที่เรามีอยู่  

 -This is the best room we have.

 

-ค่าเช่าวันละเท่าไร?

 -How much does it cost per day?

 

-วันละหนึ่งหมื่นบาท

 -Ten thousand baht per day.

 

-บอกให้บ๋อยปลุกฉันพรุ่งนี้เวลา หกโมงเช้า

 -Tell the boy to wake me up at 6 a.m. tomorrow.

 

-ต้องการห้องที่มีสองเตียง

- I want a twin room. 

 

-วันละห้าพันไม่รวมค่าอาหาร  

- It is five thousand per day excluding food.

 

-ดีแล้วฉันจะเอาห้องนี้

 -All right I will take this room.

 

-บอกบ๋อยเอาหนังสือพิมพ์มาให้หนึ่งฉบับ

 -Tell the boy to bring me a newspaper.

 

-ท่านมีผ้าห่มที่ดีกว่านี้ไหม? 

 -Do you have a better blanket than this one?

 

 


25.   LETTER  / MAIL / POST OFFICE 

     (เกี่ยวจดหมาย / ที่ทำการไปรษณีย์)

 

-เมื่อวานท่านส่งจดหมายหรือเปล่า?  

 Did you go to mail the letter yesterday?

 

-นั่นจดหมายของใคร?   

 Whose letter is that? / Whose letters are those?

 

-ฉันจะไปที่ทำการไปรษณีย์  

 I will go to the post office.

 

-ฉันไปด้วยได้ไหม?

 Can I go with you?

 

-ฉันต้องการซื้อแสตมป์ดวงละสามบาท   

 I want to buy three baht stamp.

 

-ยื่นให้แล้วบอกว่า นี่ไงล่ะ

 Yes, here it is

 

-ค่าแสตมป์ส่งไปแอลเอเท่าไหร่?

 What is a postage for a letter to Los Angeles?

 

-ขอแสตมป์ดวงละสามบาทให้ฉันสิบดวง   

 Give me three baht ten stamps.

 

-ฉันจะเอาแสตมป์ปิดที่จดหมายฉบับนี้    

 I will stick a stamp on this letter.

 

-จะไปหย่อนมันในตู้ไปรษณีย์  

 I drop it into the post box.

 

-ฉันต้องการส่งโทรเลขไปที่ลอนดอน   

 I want to send a telegram to London.

 

-ฉันต้องการจะส่งอีเมลล์ไปอเมริกา    

 I want to send an email to the U.S.

 

-ฉันต้องการจะลงทะเบียนจดหมายฉบับนี้  

 I want to have this letter registered. / I want send by registered mail.

 

-จะต้องจ่ายค่าลงทะเบียนเท่าไหร่?   

 How much I pay for registered mail?

 

-กินเวลานานเท่าไหร่จดหมายถึงอเมริกา 

 How long will this letter from here to U.S.A.

 

-ฉันจะส่งธนาณัติไปประเทศญี่ปุ่น  

 I will send a money order to Japan.

 

-ฉันจะส่งพัสดุทางไปรษณีย์ 

 I will send a package by post.

 

-จดหมายฉบับนี้ด่วน

 This letter is urgent.

 

-ท่านมีอากรแสตมป์ขายบ้างไหม?  

 Do you have any duty-stamps for sale?

 

-มีเหลือดวงเดียว

 I have only one left.

 

26.   QUESTION WORD (คำถามที่ขึ้นต้นด้วย “WH” )

 

-ท่านชื่ออะไร?

 What’s your name?

 

-ฉันชื่อ ........

 My name is ……………

 

-ท่านอายุเท่าไร?

 How old are you?

 

-ฉันอายุห้าสิบเท่านั้นเอง

 I am fifty years old.

 

-ท่านอยู่ที่ไหน?

 Where do you live?

 

-ฉันอยู่ในกรุงเทพฯ

 I live in Bangkok.

 

-บ้านท่านไกลจากที่นี่ไหม? 

 Is your house very far from here?

 

-อยู่ไกลมาก

 Yes, it is very far.

 

-พ่อแม่ของท่านยังอยู่ไหม?  

 Are your parents still living?

 

-ใช่ ท่านยังมีชีวิตอยู่

 Yes, they are still living.

 

-ท่านกำลังจะไปไหน?

 Where are you going?

 

 

 

- ฉันไปบ้านนอกมา

 I went up country. / I went from rural area.

 

-ปากกานี้เป็นของใคร?

 Whose pens are these?

 

-บ้านท่านอยู่ที่ไหน?

 Where is your house?

 

-เขาอยู่ที่ไหน?

 Where does he/she live?

 

-เขาอยู่ที่บางแค

 He/She lives at Bangkhae.

 

-ท่านใช้เวลาเดินทางเท่าไร?

 How long does it take?

 

-บ้านท่านห่างไกลจากที่นี่แค่ไหน?   

 How is your house far from here?

 

-ใช้เวลาเพียงสามสิบนาที

 It takes thirty minutes.

 

-ท่านคอยใคร?

 Whom are you waiting for?

 

-เขาจะมาถึงเมื่อไหร่?

 When will he / she arrive?

 

-ท่านมีความเห็นอย่างไร? 

 What is your idea?/ What is your opinion?/ What do you think?

 

-ท่านไปนานเท่าไร?

 How long ago did you go?

 

-ท่านเกิดที่ไหน?

 Where were you born?

 

-เขามาจากไหน?

 Where did he/she come from?

 

 

-เขามาจากสุโขทัย  

 He/she came from Sukhothai Province.

 

-สะพานหันอยู่ที่ไหน?

 Where is Saparnhun?

 

-มันอยู่ใกล้ๆที่นี่

 It is near here.

 

-มีเสียงเคาะประตู

 There is a knocking outside.

 

-ใครกดกระดิ่ง

 Who is ringing the bell?

 

-บอกเด็กเปิดประตู

 Call the boy to open the door.

 

-ไปดูซิใครมา

 Go and see who has come.

 

-ใครมา

 Who is it?

 

-คุณ ...... มาพบท่าน  

 Mr. …./ Mrs. …. has come to see you.

 

-เราไม่ได้พบกันนานแล้ว   

 We haven’t seen you for ages. / We haven’t seen you in a long time. 

 

-มีข่าวอะไรบ้าง?

 What is the news?

 

-ท่านได้ข่าวนี้มาจากไหน?  

 Where did you hear that news?

 

-เพื่อนเล่าให้ฟัง

 Some friends told me.

 

-มีข่าวสงครามไหม?

 Is there any war news?

 

 

27. TRAVELLING (การเดินทาง)

 

-ท่านเคยไปอเมริกาไหม?  

 Have you ever been to U.S.A.?

 

-ไปเสมอ

 Yes, I go often.

 

-จะไปอีกเมื่อไหร่?

 When is your next trip?

 

-จะไปเร็วๆนี้

 Not very long off. / soon.

 

-ฉันอยากไปอเมริกาเหมือนกัน

 I want to see America too.

I want to go America too.

I want to visit America too.

 

-ไปเที่ยวด้วยกันไม๊?

 Shall we go together?

 

-ดีทีเดียว

 Good that would be very nice.

 

-จะไปจริงๆจะบอกให้รู้

 When I really go, I will tell you.

 

 

28.   FAMILY (เกี่ยวกับครอบครัว)

 

-แต่งงานหรือยัง?

 Are you married?

 

-มีบุตรกี่คน?  

 How many children do you have? / How many kids do you have?

 

-ฉันมีพี่ชาย / น้องชายสองคน

 I have two brothers.

 

-ฉันมีพี่สาว / น้องสาวสามคน

 I have three sisters.

 

-พี่สาวคนโต

 Elder sister. 

 

-น้องสาวคนเล็ก

 Youngest sister

 

-คุณลุง

 Uncle  

 

- คุณป้า

 Aunt

 

-หลานสาว

 Niece

 

- หลานชาย

 Nephew

 

29.   CAREER / WORK / JOB / ASKING FOR A JOB

     (เกี่ยวกับงานอาชีพ)

 

-ท่านอาชีพอะไร?   

 What is your occupation? / What is your profession? / What is your  work? / What is your career?

 

-เขาทำงานอยู่ที่ไหน?

 Where does he/she work?

 

-เขาทำงานที่บริษัท

 He/She works at a company.

 

-ที่นี่สงบเงียบดีนะ

 This is a quiet place.

 

-ที่นี่ปลอดภัยดีนะ

 This is a safety area.

 

-นี่เป็นงานหนัก  

 This is a hard job. / This is a hard work.

 

-ท่านต้องทำเอง

 You must do it by yourself.

 

-เมื่อไหร่ท่านถึงจะทำเป็น

 When can you do it?

 

-ฉันจะช่วยท่านเอาไหม?

 Do you want me to help you?

 

-ท่านไม่ควรทำเช่นนี้

 You should not do like this.

 

-เขาจำเป็นต้องทำเช่นนี้

 He / She must do like this.

 

-ทำตามที่ฉันบอก

 Follow my suggestion.

 

- สวัสดีครับ

 Good morning, Sir.

 

29.   CAREER / WORK / JOB / ASKING FOR A JOB

     (เกี่ยวกับงานอาชีพ)

 

-สวัสดีครับ  ท่านต้องการอะไร?   

 Good morning, what do you want?

 

-ท่านต้องการจ้างเสมียนไหม? 

 Do you need of a clerk? / Are you in need of a clerk?

 

-ใช่ฉันต้องการ

 Yes, I need one.

 

-ผมขอสมัครได้ไหม?   

 May I offer you my service? / May I work in your office?

 

-ได้สิ  ท่านอายุเท่าไร?

 Yes, how old are you?

 

-ผมอายุ 30 ปี ครับ

 I am thirty years old.

 

-ท่านทำงานครั้งสุดท้ายที่ไหน?  

 Where were you last  employed?  / Please tell me your last company.

 

-ผมเป็นเสมียนอยู่ที่โรงแรมนายเลิศ  

 I used to be a clerk at Nai Lerd Hotel.

 

-ท่านออกจากที่นั่นเมื่อไหร่? 

 When did you leave there?

 

-ผมออกจากที่นั่นสองเดือนแล้ว   

 I left there two months ago.

 

-ผมออกเพราะว่าผมป่วย

 because I had got sick.

 

29.   CAREER / WORK / JOB / ASKIN FOR A JOB

     (เกี่ยวกับงานอาชีพ)

 

-ท่านได้รับเงินเดือนเท่าไหร่?  

 How much did you receive for your salary?

 

-ผมได้รับเดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท  

 I received twelve thousand baht.

 

-ดีแล้ว  ฉันจะให้ท่านเท่านั้น 

 Well, I will pay you the same.

 

-ขอบคุณครับ

 Thank you, Sir.

 

-ท่านจะมาทำงานได้เมื่อไหร่?  

 When can you come to work?

 

-ถ้าท่านเห็นสมควร

 If you like,

 

-ผมจะมาที่นี่ในต้นเดือนหน้า   

 I can come here at the beginning of next month.

 

-ท่านชื่ออะไร?

 What is your name?

 

-ผมชื่อสามารถ

 My name is Samart.

 

-ท่านทำบัญชีเป็นไม๊?

 Can you do book keeking?  

 

-ผมทำเป็นครับ

 Yes, I can.

 

-ท่านพิมพ์ดีดได้ไม๊?

 Can you type?

 

-ได้ครับ ทั้งไทยและอังกฤษ   

 Yes, I can type both Thai / Siamese and English.   

 

-เยี่ยมเลย

 That’s fine.

 

29.   CAREER / WORK / JOB / ASKIN FOR A JOB

     (เกี่ยวกับงานอาชีพ)

 

-เงินเดือนเริ่มต้นของท่านหนึ่งหมื่นสองพันบาท

 I will start you with a twelve thousand baht per month.

 

-และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

 And it will be increased from time to time.

 

-ท่านใช้คอมพิวเตอร์ได้ไม๊?

 Can you use computer?

 

30.   APPLYING FOR A POSITION (การเข้าสู่ต าแหน่ง)

 

-ผู้จัดการท่านอยู่ที่ไหน?

 Where is your manager?

 

-ท่านอยู่ข้างบน

 He is upstairs.

 

-สวัสดีครับท่านผู้จัดการ

 Good morning, Sir.

 

-ท่านต้องการอะไร?

 What do you want?

 

-และท่านคือใคร?

 And who are you?

 

-ผมเป็นคนงานครับ

 I am a workman.

 

-มิสเตอร์Leonard แนะน าให้ผมมาที่นี่  

 Mr. Leonard advised me to come here.

 

-นี่คือจดหมายของเขา

 Here, this is his letter.

 

-อ้อ ! ท่านกำลังวิ่งหางานทำใช่ไม๊?  

 Oh! Are you hunting for a job?

 

-ใช่ครับ

 Yes, Sir.

 

 

30.   APPLYING FOR A POSITION (การเข้าสู่ต าแหน่ง)

 

-ฉันคิดว่าท่านควรไปหา Mr. Jonathan.

 I think you’d better go to see Mr. Jonathan.

 

-เขาเป็นนายช่าง

 He is an engineer.

 

-Mr. Jonathan อยู่ที่ไหน?

 Where is Mr. Jonathan?

 

-เขาอยู่ในโรงงาน

 He is in the factory.

 

-ผมจะไปหาเขาเดี๋ยวนี้   

 I will go to see him right now.

 

-ลาก่อนนะครับ

 Good-bye.

 

-สวัสดีครับ Mr. Jonathan.  

 Good morning Mr. Jonathan.

 

-สวัสดีครับ

 Good morning.

 

-Mr. Leonard ส่งผมมาที่นี่   

 I was sent here by Mr. Leonard.

 

-เขาบอกว่าท่านต้องการคนงาน   

 He told me that you are looking for a workman.

 

-ใช่  ฉันต้องการคนงานที่มีความช านาญ 

 Yes, I want an expert workman.

 

-ท่านทำงานอะไรได้บ้าง?  

 What kind of work can you do?

 

-ผมเป็นช่างฟิตครับ

 I am a fitter.

 

 

30.   APPLYING FOR A POSITION (การเข้าสู่ต าแหน่ง)

 

-ทำได้ทุกๆสิ่งที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์    

 I can do everything about  machinery.

 

-ท่านแก้รถยนต์ได้ไหม?  

 Can you repair a car? / Do you know how to repair a car?

 

-ได้ครับ  ผมช านาญทีเดียว  

 Yes, Sir I know very well about that.

 

-ถ้าเช่นนั้น  ลองแก้คันนี้ให้ดู   

 Then, will you try to repair this car?

 

-ได้สิครับ

 Yes, I will.

 

-ดีแล้ว ผมจะจ้างคุณ

 All right, I will employ you.

 

-เงินเดือนท่านเริ่มขึ้นที่แปดพันบาท  

 Your salary will be eight thousand baht per month.

 

-ท่านกรุณาให้ผมสักเก้าพันได้ไหม?  

 Will you be kind enough to give me nine thousand baht?

 

-ตกลง

 All right,

 

-แต่ท่านต้องทำงานให้ดี

 But you must work well;

 

-มิฉนั้น  ท่านจะถูกไล่ออก

 otherwise you will be fired.

 

31.   LANGUAGE, LEARNING AND TEACHING 

     (เกี่ยวกับภาษา  การเรียนและการสอน)

 

-อ้อ! ท่านพูดภาษาอังกฤษเป็นด้วย  

 Oh! You can speak English too.

 

-ฉันพูดภาษาอังกฤษได้เล็กน้อย   

 I can speak English a little.

 

-ท่านเขียนอังกฤษได้ไหม?

 Can you write English?

 

-ฉันเขียนไม่ได้หรอก

 I cannot write well.

 

-ท่านเรียนภาษาอังกฤษมานานเท่าไรแล้ว?  

 How long have you  been learning English?

 

-เรียนมาสามเดือนเท่านั้น  

 I have been learning only three months.

 

-นั่นดีมากเลย

 That is very nice.

 

-ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น

 I don’t think so.

 

-ท่านกำลังศึกษาอะไรอยู่?  

 What are you studying now?

 

-ฉันกำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่

 I am studying English.

 

-ท่านกำลังทำอะไรอยู่ในห้องเรียน?

 What are you doing in the  classroom?

 

-กำลังเตรียมบทเรียนอยู่

 I am preparing my lessons.

 

-อย่าทำงานให้มากเกินไป

 Don’t work too hard.

 

 

31.   LANGUAGE, LEARNING AND TEACHING 

     (เกี่ยวกับภาษา  การเรียนและการสอน)

 

-เดี๋ยวทำให้สุขภาพทรุดโทรมนะ

 It will injure your health. / Your health will be weak.

 

-ฉันเป็นคนชอบเรียนมาก

 I like learning very much.

 

-อย่ารีบนักเลย

 Don’t make such haste.

 

-เรามาอ่านหนังสือพิมพ์กันดีกว่า

 Let’s read newspaper.

 

-โปรดอย่ากวนฉัน

 Don’t disturb me please.

 

-ที่ห้องประชุมกำลังฉายหนัง  

 The conference room is showing the movie.

 

- อย่างงั้นหรือ?

 Is that so?

 

-ท่านเห็นใบประชาสัมพันธ์ (โฆษณา) ไม๊ล่ะ?   

 Do you see the big advertisement?

 

-ฉันอยากจะดูละครสัตว์

 I want to see the circus.

 

-ฉันจะไปกับท่าน

 I shall / will go with you.

 

-ท่านกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่?   

 What book are you reading now?

 

-กำลังอ่านหนังสืออ่านเล่น

 I am reading an English novel.

 

 

31.   LANGUAGE, LEARNING AND TEACHING 

     (เกี่ยวกับภาษา  การเรียนและการสอน)

 

-เป็นหนังสือที่ใช้เป็นหนังสือเรียน   

 It is used as a text book.

 

-มันเป็นหนังสือที่เขียนโดย ดร. วาทิต  

 It was written by Dr. Wathit.

 

-เธอเป็นนักประพันที่มีชื่อมาก

 She is a great novelist.

 

-ท่านจะให้ฉันยืมหนังสือเล่มนี้ไม๊?  

 Will you lend this book to me? ***(lend = ให้ยืม  , borrow = ขอยืม)

 

-ใช่ฉันให้ยืม

 Yes, I will.

 

32.   ROUTINE ACTIVITIES (กิจวัตรประจำวัน)

 

-วันนี้ท่านตื่นเช้ามาก

 You wake up very early today. 

/  You get up very early today. 

/  You are up very early today.

 

- ท่านก็ตื่นเช้าเหมือนกันกับฉัน 

 You wake up as early as I am.

 

-กี่โมงแล้ว?

 What time is it?

 

-ประมาณหกนาฬิกา

 It is about six a.m.

 

-ท่านออกมาแต่เช้าทุกๆวันหรือ?  

 Do you always come out early every day? / You always come out early every day right?

 

-ใช่ทุกวัน

 Yes, I do.

 

-ท่านทำอะไรทุกเช้า

 What do you do every morning?

 

-ฉันออกมาเดินเล่น  

 I come out every morning for a walk.

 

-ฉันจะไปเล่นฟุตบอลล์

 I am going to play football.

 

-ฉันอาบน ้าวันละสองครั้ง 

 I take two baths per day/ a day.

 

 

32.   ROUTINE ACTIVITIES (กิจวัตรประจำวัน)

 

-หน้าหนาวท่านตื่นกี่โมง   

 What time do you wake up in the cold  weather? /  What time do you arise in the cold weather?

 

-ในฤดูหนาวตื่นไม่เช้าเหมือนในฤดูร้อน  

 I don’t get up so early in winter as in summer.

 

-ใช่ฉันก็เหมือนกันกับท่าน

 Yes, I am the same as you.

 

-ฉันอยากรับประทานอาหารเช้า  

 I want to have some breakfast.

 

-ท่านหิวไม๊?

 Are you hungry?

 

-ใช่ ฉันหิวหลังจากเดินเล่น  

 Yes, I am always hungry after my walk.

 

-งั้นเราไปรับประทานอาหารเช้ากันเถอะ  

 Let’s go to breakfast.

 

-โปรดรับประทานอาหารเย็นกับฉันที่นี่

 Please stay here and  have dinner with me.

 

-เสียใจด้วยจะต้องไป   

 I am sorry I have to go. / I really must be going.

 

 

32.   ROUTINE ACTIVITIES (กิจวัตรประจำวัน)

 

-ทำไมท่านถึงรีบร้อน

 Why are you in such a hurry?

 

-จะต้องไปดูแม่ที่โรงพยาบาล  

 Because I must go to see my mom at the hospital.

 

33.   AT BREAKFAST (สนทนาที่โต๊ะอาหารเช้า) 

 

-เราจะรับประทานอาหารเช้าอะไรกันดี?  

 What are we going to have for breakfast?

 

-แม่บ้านกำลังจะเอามาให้เร็วๆนี้   

 The housewife is getting the breakfast soon.

 

-เราจะรับประทานไข่ดาวก่อนไหม?  

 Shall we have fries egg  first?

 

-เราจะรับประทานผลไม้ก่อน

 Shall we have fruit first.

 

-ปอกให้ฉันสักลูกหนึ่งได้ไหม?

 Will you please to peel one for me?

 

-ฉันต้องการช้อนหนึ่งและซ่อมหนึ่ง

 I would like a spoon and a fork.

 

-ขอขนมปังหนึ่งชิ้น

 Give me a slide of bread

 

-เช้านี้ท่านหิวไม๊?

 Are you hungry this morning?

 

-เปล่าไม่หิวมากนักหรอก

 No, not very. / No, not much.

 

33.   AT BREAKFAST (สนทนาที่โต๊ะอาหารเช้า)

 

-โปรดเทนมลงในกาแฟ   

 Please pour some milk in the coffee.

 

-ท่านต้องการน ้าตาลไม๊?  

 Do you want some more sugar?

 

-ท่านชอบกาแฟแก่หรืออ่อน?  

 Do you like strong or weak coffee?

 

-ท่านต้องการเนยบ้างไม๊?

 Do you want some butter?

 

-ไม่ ขอบคุณ

 No, thank you.

 

34.   AT MEAL TIME (สนทนาขณะรับประทานอาหาร)

 

-ท่านรับประทานอาหารเช้าเมื่อไหร่?   

 When do you have your breakfast?

 

-ธรรมดาทานเจ็ดโมงครึ่ง  

 Usually at 7:30 a.m./ half past seven.

 

-ท่านจะรับประทานอะไรดี?

 What will you have?

 

-ฉันจะรับประทานขนมปังปิ้ง

 I would like some toast.

 

-ท่านชอบขนมไม๊?

 Do you like pudding?

 

-ท่านชอบขนมหวานหลังอาหารไม๊?  

 Do you like some dessert?

 

-ฉันไม่ชอบ, ฉันชอบผลไม้

 No, I like fruit.

 

 

34.   AT MEAL TIME (สนทนาขณะรับประทานอาหาร)

 

-ท่านชอบสลัดไม๊?

 Do you like salad?

 

-ฉันชอบเพราะว่าอร่อยมาก

 Yes, it is very delicious.

 

-ท่านจะเอาอะไรเพิ่มไม๊?

 Do you have some more?

 

-ไม่เอาอีกแล้ว  ขอบใจ

 No more, thank you.

 

-ในกระป๋องนั้นมีอะไร?

 What is in the can?

 

-เนื้อวัวหรือเนื้อไก่

 Beef or chicken is in the can?

 

-ที่เปิดกระป๋องอยู่ที่ไหน?

 Where is the can opener?

 

-ที่เปิดกระป๋องอยู่ในลิ้นชัก

 It is in the drawer?

 

-ท่านจะรับประทานซุบอะไร?

 What soup do you want?

 

-ฉันต้องการซุปข้าวโพด

 I want corn soup.

 

-ท่านชอบปลาทอดไม๊?

 Do you like fried fish?

 

-โปรดส่งเกลือกับพริกไทยให้หน่อย

 Please pass some salt and pepper for me.

 

-นี่คือรายชื่ออาหาร

 This is the menu.

 

-ท่านจะรับประทานอะไร?  

 What will you have? / What will you eat?

 

-ไม่รู้จะเลือกอะไรดี

 I don’t know what to choose.

 

-ท่านต้องการเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ชนิดใด  บรั่นดีหรือวิสกี้?

 Would you like some drink  brandy or whisky?

 

34.   AT MEAL TIME (สนทนาขณะรับประทานอาหาร)

 

-ไม่  ขอบคุณ

 No, thank you.

 

-ผมไม่ดื่มเหล้า

 I don’t drink.

 

-ท่านต้องการผักชนิดใด?  

 What kind of vegetable do you want?

 

-อะไรก็ได้  ผมกินได้หมด

 Any kind I can eat.

 

-ท่านสูบบุหรี่หรือเปล่า?

 Do you smoke?

 

-ผมสูบครับ

 Yes, I do.

 

35.   ACCOUNTS & FINANCE (เกี่ยวกับบัญชีและการเงิน)

 

-การจ่ายเงินรายนั้นยังไม่ได้ลงบัญชี   

 That payment was not entered in the account book.

 

- ฉันลืมลงบัญชี  

 I have forgotten to enter the account book.

 

-ฉันคิดว่าคงลงผิดที่ไหนสักแห่งหนึ่ง  

 I think there must be an error somewhere.

 

-ขอดูบัญชีงบดุลหน่อย  

 Show me the balance sheet.

 

-อ้าว!  มันผิดตรงนี้เอง

 Ah! Here the mistake.

 

- สมุดบัญชีเงินสดอยู่ที่ไหน?

 Where is the cash book?

 

-อยู่บนโต๊ะ  ใกล้ๆกับสมุดแยกประเภท  

 It is on the table, near the ledger.

 

35.   ACCOUNTS & FINANCE (เกี่ยวกับบัญชีและการเงิน)

 

-จำนวนรวมยอดเท่าไหร่?   

 How much does the total come to?

 

-รายจ่ายเราเพิ่มขึ้นมากเหลือเกิน   

 Our expenses have greatly increased.

 

-เดือนนี้มีกำไรเท่าไร?

 How much profit for this month?

 

-เราขาดทุนไปสี่พันบาท  

 We have lost four thousand baht  already.

 

-ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

 From now on.

 

-เราต้องลดรายจ่ายให้มากสุดเท่าที่จะทำได้   

 we must reduce expenses as much as possible.

 

- เงินที่มีอยู่ฉันใช้หมดแล้ว  

 The money that I had be all spent.

 

-นี่ธนบัตรปลอมหรือ?

 Is this counterfeit bank note?

 

-ฉันยังไม่แน่ใจนัก

 I am not so sure.

 

-เราเอาไปที่ธนาคารดีกว่า 

 We’d better take it to the bank.

 

-เขาเป็นลูกหนี้ของเราหรือ?

 Is he our debtor?

 

-เปล่าเขาเป็นเจ้าหนี้เรา

 No, he is our creditor.

 

-ฉันมีเงินหมื่นบาท

 I have ten thousand baht.

 

35.   ACCOUNTS & FINANCE (เกี่ยวกับบัญชีและการเงิน)

 

-เขาเป็นคนมัธยัสถ์    

 He/she is an economical man/woman.

 

36.   AT THE BANK (ในธนาคาร) 

 

-ฉันต้องการจะกู้เงิน

 I want to get a loan.

 

-ท่านต้องการเท่าไร?

 How much do you want?

 

-ประมาณแสนบาท

 About one hundred thousand baht.

 

-ท่านมีอะไรเป็นประกัน

 What security have you?

 

-ฉันมีเงินฝากอทบ.

 I have a provident fund of RTA.

 

-มีมูลค่า สามแสนบาท  

 It is worth three hundred thousand baht.

 

-อัตราดอกเบี้ยเท่าไร?

 What is the interest rate?

 

-ห้าเปอร์เซ็นต์ต่อปี

 It is five percent per annum / year.

 

-ท่านจะคืนเงินนี้ให้เราเมื่อไหร่?    

 When will you repay us?

 

-จะคืนท่านปลายปีนี้  

 I will repay you at the end of this year.

 

36.   AT THE BANK (ในธนาคาร)

 

-ฉันตั้งใจจะฝากเงินในธนาคาร

 I intend to deposit this money in your bank.

 

-อัตราดอกเบี้ยกระแสรายวันเท่าไร?

 What is the rate of interest on current accounts?

 

-อัตราดอกเบี้ยส าหรับฝากประจำเท่าไร?   

 What is the interest rate on fixed deposits?

 

-โปรดเซ็นที่นี่

 Please sign here.

 

-ฉันต้องการจะถอนเงิน

 I want to draw out my money.

 

-ถอนเงินบอกล่วงหน้าสองเดือน   

 If you wish to draw out your money, you must let us know two months in advance.

 

-ธนาคารปิดกี่โมง

 What time the bank close?

 

37.   IN A CLOTHING STORE  (ในร้านเสื้อผ้า)

 

-ต้องการเสื้อผ้าที่ตัดเสร็จแล้ว   

 I want to buy a ready-made suit.

 

-กางเกงตัวนี้ยาวเกินไป

 These trousers are too long.

 

-ที่เอวกว้างเกินไป

 They are too wide at the waist.

 

-ท่านทำให้เสร็จในสามวันได้ไหม?  

 Can you finish it in three days?

 

 

37.   IN A CLOTHING STORE  (ในร้านเสื้อผ้า)

 

-ที่แขนยาวเกินไป

 The sleeves are too long.

 

-ที่หัวไหล่คับเกินไป

 It is too tight at the shoulders.

 

-ท่านจะแล้วเสร็จเมื่อไร?   

 When you can have it ready? / when my clothes will be finished?

 

-วันพฤหัสบดีหน้า

 Next Thursday.

 

-กระดุมนี้ใหญ่เกินไป

 This button is too big.

 

38.   BUSINESS (เกี่ยวกับกิจการต่างๆ)

 

-ท่านได้รับใบสั่งนี้เมื่อไหร่   

 When did you receive this order?

 

-เมื่อสองสามวันมานี้

 Only a few days ago.

 

-ฉันจ่ายเงินล่วงหน้าไปสองพันบาท

 I have paid two thousand in advance.

 

-การจ่ายเงินจะถึงกำหนดในวันศุกร์  

 The payment is due on Friday.

 

-ร้านของท่านมีประกันไฟหรือเปล่า?  

 Does your shop have any fire insurance?

 Have you insured your shop against fire?

 

38.   BUSINESS (เกี่ยวกับกิจการต่างๆ)

 

-อัตราค่าประกันเท่าไหร่? 

 What is the rate for insurance?

 

-ฉันจะจ่ายเงินได้อย่างไร?

 How to pay the money?

 

-ท่านวางมัดจำห้าเปอร์เซ็นต์  

 You must deposit five percent.

 

-ราคาขายส่งถูกกว่าขายปลีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์   

 The wholesale price  is cheaper than the retail price twenty percent.

 

-จะมีการประชุมที่ไหน?  

 Where will the meeting take place?

 

-เขาอยู่ในห้องผู้จัดการ

 He is in the manager’s room.

 

-ฉันจ่ายเงินให้ท่านด้วยเช็คได้ไหม?

 Can I pay you by cheque?

 

-ฉันอยากได้เงินสดมากกว่า

 I rather prefer cash.

 

-เขาเป็นลูกค้าของเรามาหลายปี   

 He has been our customer for years.

 

-ฉันจะไปขึ้นเช็ค

 I will go to cash the cheque.

 

-โปรดทอนเงินให้ฉันห้าร้อยบาท  

 Please give me five hundred baht change.

 

-บริษัทนี้เป็นบริษัทที่เก่าแก่  

 This is an old company.

 

39.   WAR & PEACE (เกี่ยวกับสงครามและสันติสุข)

 

-จะมีสงครามอีกไหม?

 Is there any war?

 

-ท่านคิดเกี่ยวกับสงครามเป็นอย่างไร?   

 What do you think about war?

 

-ชาวโลกต้องการสันติภาพ  

 All the world prefers peace.

 

-ฝ่ายไหนเสียเปรียบ

 Which side is disadvantaged? / Which side is handicapped?

 

-ใครเป็นผู้ก่อให้เกิดสงคราม?  

 Who is stirring up a war?

 

-สงครามโลกครั้งครั้งที่สามจะเกิดเมื่อไหร่?   

 When will the third world war occur? / When will the third world war happen?

/ When will the third world war break out?

 

-คาดว่าในห้าปีไม่มีสงคราม  

 There will be no war in the next five years. / I believe that no war in the next five years.  

 

-สงครามจะเลิกแล้ว

 War is about obsolete.

 

-มาคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า  

 Let’s talk about another subject. Let’s move to another topic.

 

39.   WAR & PEACE (เกี่ยวกับสงครามและสันติสุข)

 

-มีเรื่องอะไรจะคุย

 What’s an interesting one?

 

40.   PAYING A VISIT (การเยี่ยมเยียน)

 

-ดร. วาทิต อยู่ไหม?

 Is Dr. Wathit at home?

 

-เปล่าท่านไม่อยู่

 No, she’s not here.

 

-แล้วสามีเธอล่ะ

 How about her husband?

 

-ท่านอยู่

 He is here.

 

-ถ้าท่านไม่ติดธุระจะขอพบหน่อย  

 If he’s not busy, I would like to see him.

 

-เชิญมาข้างใน

 Please come in.

 

-เชิญนั่ง

 Please take a seat. / Sit down please.

 

-ท่านชื่ออะไร?

 What’s your name please?

 

-ฉันชื่อโรส

 I am Rose. / My name is Rose.

 

-ท่านสบายดีหรือ?

 Are you quite well, Dr Sakol?

 

-สบายดีครับ

 Very well, thank you.

 

-ท่านมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?  

 When did you arrive here?

 

-เมื่อคืนนี้

 Last night.

 

-เมื่อเช้าวานนี้

 Yesterday morning.

 

 

40.   PAYING A VISIT (การเยี่ยมเยียน)

 

-ท่านมาโดยรถยนต์หรือเครื่องบิน  

 Did you come by car or by plane?

 

-โดยเครื่องบิน 

 By plane

 

-ภรรยาของท่านมาด้วยหรือเปล่า?  

 Did your wife come with you?

 

-เธอไม่ได้มา

 No, she did not come with me.

 

-ท่านพักอยู่ที่ไหน?

 Where are you staying now?

 

-ฉันพักที่โรงแรม

 I am staying in a hotel.

 

-โรงแรมชื่ออะไร?

 What is the name of the hotel?

 

-โรงแรมเฟิร์ท

 It is First Hotel.

 

-มันไกลจากที่นี่ไม๊?

 How far is it from here?

 

-ประมาณ สิบกิโล

 It is about ten kilometers.

 

-ท่านมาที่นี่ช้าเกินไป

 You have come too late.

 

-ภรรยาของผมออกไปข้างนอก

 My wife has gone out.

 

-ไม่เป็นไรหรอก

 That is all right.

 

-ฮัลโหล เพื่อนซี้

 Hello! my old chap!

 

-สบายดีหรือ?

 How are you? / How are you doing?

 

-สบายดีเช่นเคย

 Quite well, as usual.

 

40.   PAYING A VISIT (การเยี่ยมเยียน)

 

-ไม่เห็นกันมาตั้งเป็นปีแล้ว  

 I haven’t seen you for one year.

 

-ฉันไปเยี่ยมเมื่อเร็วๆนี้

 I called on you recently,

 

-แต่ท่านไม่อยู่

 But you were not at home.

 

41. PAYING A VISIT FOR A PATIENT          (การเยี่ยมผู้ป่วยเจ็บ)

 

-ท่านค่อยยังชั่วไม๊?  

 Are you better? ….. ตามด้วยชื่อคนไข้

 

-จ้ะ ฉันค่อยยังชั่วมากแล้ว ขอบคุณ  

 I’m much better, thank you.

 

-ท่านเป็นอะไรไป?

 What was the matter with you?/ What’s wrong with you?

 

-ฉันปวดศีรษะ

 I had a headache. / I’ve got a headache.

 

-อ้อ!  เมื่อวานนี้ท่านไม่ได้ไปทำงาน

 Oh! You’re not at your  office yesterday right.

 

-ฉันป่วยมากเมื่อวานนี้  

 I was very ill yesterday. / I got sick yesterday.

 

41. PAYING A VISIT FOR A PATIENT 

     (การเยี่ยมผู้ป่วยเจ็บ)

 

-ฉันเจ็บคอและไอ

 I had a sore throat and a cough.

 

-ท่านควรจะพักผ่อน ดีแล้ว  

 You should take a rest, good for you.

 

-แพทย์แนะน าให้นอนพัก ไม่ต้องลุกขึ้นทำอะไร

 My doctor doesn’t allow me to get up.

 

-หมอพูดว่าอย่างไร?

 What did your doctor say?

 

-ท่านบอกว่าเมื่อวานซืนฉันกินมากไป   

 The doctor said I ate too much the day before yesterday. (the day before yesterday แปลว่า  เมื่อวานซืน)

 

-ท่านปวดท้องหรือไม่?

 Do you have any a stomachache?

 

-เปล่าฉันปวดฟัน

 No, I got a toothache. / No, I have a toothache.

 

-ท่านควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง   

 You should brush your teeth at least  twice a day?

 

 

41. PAYING A VISIT FOR A PATIENT          (การเยี่ยมผู้ป่วยเจ็บ)

 

-ท่านเป็นไข้หรือไม่?  

 Do you have any fever? / Have you got a fever?

 

-ใช่ ฉันคิดว่าฉันเป็นมาลาเรีย

 Yes, I think it is malaria.

 

-ไข้ขึ้นเท่าไหร่?

 What’s is your temperature?

 

-หมอบอกว่าไข้ขึ้น 40 องศาเซลเซียส  

 The doctor said my temperature was forty degree Celsius.

 

-ฉันหวังว่าท่านคงจะดีขึ้นเร็วๆนี้   

 I hope you will be better soon.

 

-ขอบคุณ  ฉันก็หวังจะเป็นเช่นนั้น  

 Thank you , I hope so.

 

42.   QUESTION FOR RENTING (เกี่ยวกับการเช่าที่อยู่อาศัย)

 

-มีกี่ห้องนอนใน apartment ของท่าน  

 How many rooms in your apartment?

 

-มีห้องน ้ากี่ห้องใน apartment ของท่าน  

 How many bathrooms in your apartment?

 

-คุณมีห้องและห้องน ้ากี่ห้อง?   

 How many rooms/bathrooms do you have?

 

42.   QUESTION FOR RENTING (เกี่ยวกับการเช่าที่อยู่อาศัย)

 

-วันที่ครบกำหนดเช่าวันไหน?

 When the rent due?

 

-มันเริ่มในวันที่ 1 ของทุกๆเดือน   

 It’s on the first of every month.

 

-อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์หรือเปล่า?

 Do you allow pet?

 

-อนุญาตให้ดูแลเด็กหรือเปล่า?

 Do you allow kids?

 

-เลี้ยงสัตว์ได้หรือเปล่า?

 Are pets allowed?

 

-ไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์

 No, pets aren’t allowed.

 

-เพราะว่าฉันแพ้แมว

 Because I’m allergic to cats.

 

-มีที่จอดรถกี่ที่?  

 How many parking spaces do you have?

 

-อนุญาตให้ทำอาหารหรือเปล่า? 

 Am I / Are we allowed to cook?

 

-จัดงานปาร์ตี้ได้ไม๊?

 Can I have parties?

 

-ขออนุญาตจัดงานปาร์ตี้ได้ไม๊?

 Am I allowed to have parties?

 

-มีระเบียบอะไรบ้างเกี่ยวกับญาติที่มาเยี่ยม?

 What are your rules  on visitors?

 

-มีสิ่งอ านวยประโยชน์มากน้อยเพียงใด?  

 How much are the utilities?

 

42.   QUESTION FOR RENTING (เกี่ยวกับการเช่าที่อยู่อาศัย)

 

-มีสิ่งอ านวยประโยชน์อะไรบ้าง?   

 What does the utilities include?  (utilities จะหมายถึงสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น รถเมล์  รถราง รถไฟ โทรศัพท์ ไฟฟ้า ฯลฯ)

 

-apartment นี้ปลูกสร้างมานานแค่ไหนแล้ว  

 How old is the apartment?

 

-พรมที่ใช้อยู่ใช้มานานแค่ไหน?   

 How old is the carpet?

 

-ใน apartment มีเฟอนิเจอร์ให้ด้วยหรือไม่? 

 Is the apartment furnished or unfurnished? (ถ้า unfurnished แสดงว่า empty room คือห้องว่างเปล่า)

 

-คุณมีสิ่งอ านวยความสะดวกอะไรบ้าง?  

 What kinds of facilities do you have?

 

-ต่อเน็ตได้หรือเปล่า?

 Is there internet connection?

 

-จะต้องวางเงินล่วงหน้าไว้เท่าไหร่?   

 How much is the deposit?

 

-ฉันเอาเพื่อนมาอยู่ได้ไหม?  

 Can I have another roommate?

 

42.   QUESTION FOR RENTING (เกี่ยวกับการเช่าที่อยู่อาศัย

 

-ฉันเอาคนมาอยู่ด้วยได้กี่คน?  

 How many people can I live here?

 

-apartment ของท่านตั้งอยู่ที่ไหน?  

 What is the apartment located?

 

-ช่วยบอกทิศทางไปยังที่อยู่ของท่าน?

 Can you give me direction to your place?

 

-กี่โมงล่ะที่ท่านจะสะดวก?  

 What time are you available? / When are you available?

 

43.   GENERAL PHRASES (คำง่ายๆที่ควรรู้)

 

-ฉันไม่ทราบ

 I don’t know.

 

-เขาแกล้งทำ

 He/She does it on purpose.

 

-ฉันไม่รู้แน่

 I don’t know exactly.

 

-อย่าเอาใจใส่เขาเลย

 Don’t mind how he/she is.

 

-คุณรู้ไหม?

 Do you know?

 

-นั่นนะถูกแล้วใช่ไหม?

 Is that right?

 

-ไม่ใช่ฉัน

 It is not me.

 

-ท่านถูก

 You are right.

 

-ท่านผิด

 You are wrong.

 

 

43.   GENERAL PHRASES (คำง่ายๆที่ควรรู้)

 

-ล้อเล่นน่า

 Just having some fun with you.

 

-โธ่! เหลวไหล

 Oh! Nonsense!

 

-ดูนี้สิ

 Look here!

 

-ไม่ใช่ความผิดของฉัน

 It is not my fault.

 

-คอยสักครู่

 Just a moment / wait a minute

 

-ท่านพูดว่าอะไร?

 What did you say?

 

-พูดใหม่อีกครั้ง   

 Repeat it again please. / Please say it again.

 

-ฉันไม่เข้าใจ

 I don’t understand.

 

-ฉันไม่เคยพูดเช่นนั้นเลย

 I have never spoken like that.

 

-ท่านไว้ใจเขาหรือ?

 Can you trust in him/her?

 

-ท่านพูดภาษาอังกฤษได้ไหม?

 Can you speak English?

 

-มีใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง? 

 Have anyone who can speak English?

 

-ทำไม่ไม่ตอบ

 Why don’t you answer?

 

-ทำอย่างนี้ไม่ถูก

 This way is not right.

 

-แน่นอน

 Certainly.

 

-ฉันไม่กล้า

 I cannot dare. / I dare not.

 

43.   GENERAL PHRASES (คำง่ายๆที่ควรรู้)

 

-โปรดอย่าพูดเร็วนัก

 Don’t speak so quick please.

 

-ฉันพูดได้บ้างเล็กน้อย  

 Yes, I can speak English just a little bit.

 

-มาเร็วๆนะ

 Come quickly please.

 

-ค่อยๆไป

 Go slowly.

 

-เร็วๆเข้า

 Hurry up.

 

-มานี่สิ

 Come here.

 

-รีบไปเลย

 Go away quickly.

 

-อย่าคอยเลย

 Don’t wait at all.

 

-ไม่เป็นไร

 Never mind.

 

-ดีแล้ว

 Good

 

-ดีเหมือนกัน

 Good enough.

 

-ใช้ไม่ได้

 Useless.

 

-ฉันชอบ

 I like it.

 

-ฉันไม่ต้องการ

 I don’t want it.

 

-ฉันไม่ชอบ

 I don’t like it.

 

-จริงหรือ?

 Really!

 

-เรื่องนี้ไม่จริง

 It is not truth.

 

-กำลังทำอะไรอยู่?

 = What are you doing?

 

43.   GENERAL PHRASES (คำง่ายๆที่ควรรู้)

 

-ท่านรู้ได้อย่างไร?

 How do you know?

 

-ท่านเคยเห็นเขาไหม?

 Have you ever seen him?

 

-เขาเป็นคนที่น่าเคารพ

 He is a respectable man.

 

-ฉันไม่รู้จักเขา

 I don’t know him.

 

-พูดง่ายทำยาก

 Easy to say but difficult to do.

 

-เมื่อตะกี้นี้เขาอยู่ที่นี่

 He was here just a moment ago.

 

-ยังทำไม่เสร็จ

 Not finished yet.

 

-ทำใหม่ทั้งหมดอีกที

 Do it all over.

 

-ทำดีไม่ได้ (ทำกี่ครั้งก็           ห่วยแตก)

 You can do but not well. /

Jack of all trades but  master of  none. / You are not behaving. / You are not interested on your job.

 

-ไม่เอาถ่าน  

 Good for nothing    

 

-ท่านมีความเห็นอย่างไร?  

 What is your idea? / What is your opinion? / What do you think?

 

-ฉันลืมแล้ว

 I have forgotten.

 

43.   GENERAL PHRASES (คำง่ายๆที่ควรรู้)

 

-บ้านหลังนี้เป็นของท่านหรือ?

 Is this your house?

 

44.   คำศัพท์ทั่วๆไปที่ใช้ประกอบทำให้สนทนาง่ายขึ้น

        TIME = เวลา :

 

-ปี

 Year

 

-ปีนี้

 This year

 

-ปีที่แล้ว

 Last year

 

-ปีหน้า

 Next year

 

-ต้นปี

 Beginning of the year 

 

-ปลายปี

 End of the year

 

-กลางปี

 Middle of the year

 

-ปีใหม่

 New Year

 

-ทุกๆปี

 Yearly

 

-หนึ่งร้อยปี

 One century

 

-เดือน

 Month

 

-หนึ่งเดือน

 One month

 

-เดือนนี้

 This month

 

-เดือนที่แล้ว

 Last month

 

-เดือนหน้า

 Next month

 

-ตลอดปี

 All the year round

 

44.   คำศัพท์ทั่วๆไปที่ใช้ประกอบทำให้สนทนาง่ายขึ้น

        TIME = เวลา :

 

-ครึ่งเดือน

 half a month

 

-ทุกๆเดือน

 Monthly

 

-ต้นเดือน

 Beginning of a month

 

-ปลายเดือน

 End of a month

 

-อาทิตย์

 Week

 

-หนึ่งอาทิตย์

 One week

 

-สองอาทิตย์ (ระยะเวลา 14 คืนและ 14 วัน)  

 A fortnight

 

-อาทิตย์นี้

 This week

 

-อาทิตย์ที่แล้ว

 Last week

 

-อาทิตย์หน้า

 Next week

 

-วัน

 Day

 

-หนึ่งวัน

 One day

 

-ทุกๆวัน (รายวัน)

 Daily

 

-ทุกๆวัน

 Every day

 

-ตลอดวัน

 Whole day

 

-ครึ่งวัน

 Half day

 

-วันนี้

 Today

 

44.   คำศัพท์ทั่วๆไปที่ใช้ประกอบทำให้สนทนาง่ายขึ้น

        TIME = เวลา :

 

-พรุ่งนี้

 Tomorrow

 

-เมื่อวานนี้

 Yesterday

 

-วันเว้นวัน

 Every other day

 

-คอยสักสองสามวัน

 Wait a few days

 

-เมื่อสามวันมาแล้ว

 Three days ago

 

-วันนี้อาทิตย์หน้า

 This day next week

 

-วันหน้า

 The next day

 

-กลางวันแสกๆ

 In broad daylight

 

-เมื่อตอนเย็นที่แล้ว

 Last evening

 

-คืนพรุ่งนี้

 Tomorrow night

 

-เมื่อคืนนี้

 Last night

 

-วันพระ

 Buddhist day

 

-วันคริสต์มาส

 Christmas Day

 

-ปีใหม่

 New Year

 

-เที่ยง

 Noon

 

-บ่าย

 Afternoon

 

-เช้า

 Morning

 

-เย็น

 Evening

 

44.   คำศัพท์ทั่วๆไปที่ใช้ประกอบทำให้สนทนาง่ายขึ้น

        TIME = เวลา :

 

-กลางคืน

 Night

 

-คืนหนึ่ง

 One night

 

-ห้าวินาที

 Five seconds

 

-หนึ่งชั่วโมง

 One hour / An hour

 

-สิบห้านาที

 Quarter of an hour / fifteen minutes

 

ญาติ = RELATIONS :

 

-พ่อ

 Father

 

-แม่

 Mother

 

-ตา

 Grandfather (mother’s side) 

 

-ปู่  

 Grandfather (father’s side)

 

-ยาย

 Grandmother (mother’s side) 

 

-ย่า

 Grandmother (father’s side)

 

-พี่ชาย

 Brother (elder)

 

-น้องชาย

 Brother (younger)

 

-พี่สาว

 Sister (elder)

 

-น้องสาว

 Sister (younger)

 

ญาติ = RELATIONS :

 

-ลุง

 Uncle (elder brother of one’s father)  

 

-อา

 Uncle (younger brother of one’s father)

 

-ป้า

 Aunt (elder sister of one’s father)

 

-อา

 Aunt (younger sister of one’s father)

 

-สามี / ผัว

 Husband  

 

-ภรรยา / เมีย

 Wife

 

-ลูกพี่ลูกน้อง

 Cousin

 

-ลูกหัวปี

 Eldest son

 

-ลูกคนสุดท้อง

 Youngest son

 

-เด็ก

 Children

 

-หลาน

 Nephew

 

-ลูกเขย

 Son-in-law

 

-ลูกสะไภ้

 daughter-in-law

 

-ลูกเลี้ยง(ชาย)

 Adopted son

 

-ลูกเลี้ยง(หญิง)

 Adopted daughter 

 

ญาติ = RELATIONS :

 

-หลานสาว

 Granddaughter

 

-หลายชาย

 Grandson

 

-ลูกกำพร้า

 Orphan

 

-พ่อตา

 Father-in-law

 

-แม่ยาย

 Mother-in-law

 

-ทายาท

 Heir

 

-เพื่อน

 Friend

 

-เพื่อนสนิท

 Intimate friend

 

-นายผู้ชาย

 Master

 

-นายผู้หญิง

 Mistress

 

-คนใช้ผู้ชาย

 Man-servant

 

-คนใช้ผู้หญิง

 Maid-servant

 

-เจ้าของบ้าน

 Landlord

 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>THE END >>>>>>>>>>>>>>>>>

 

 

 

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com