Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com
Get Adobe Flash player

informing1

 

ศึกษา tense จากการอ่านข่าว

 1334505902 tensesสวัสดีครับ

       ผมเดาว่า เรื่อง tense เป็นเรื่องที่นักเรียนไทยงงกันมาก แต่เรื่องที่น่าสงสารที่สุดก็คือ ครูคือคนที่ตกเป็นจำเลยได้ง่ายที่สุด คือ ถ้าเด็กไม่รู้ก็หาว่าครูสอนไม่รู้เรื่อง, ถ้าเด็กรู้แต่พูดสนทนาไม่ได้ก็หาว่าครูเน้นเรื่องนี้จนเด็กไม่กล้าพูดกลัวผิด แล้วนี่จะให้ครูทำยังไงเนี่ยะ

       ตามความเห็นผม เรื่อง tense แม้จะชวนงงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินไปนัก วันนี้ผมขออนุญาตพูดเรื่องนี้สักนิดแล้วกันครับ

A- tense นั้น มีใหญ่ ๆ อยู่ 3 tense คือ 1.ปัจจุบัน หรือ present tense 2.อดีต หรือ past tense และ 3.อนาคต หรือ future tense – อันนี้ทุกคนจำได้นะครับ

B- ทั้ง 3 tense ใหญ่นี้ ต่างก็แบ่งเป็น 4 tense ย่อย คือ simple, continuous, perfect และ perfect continuous – 3 คูณ 4 = 12 tense อันนี้เริ่มจะงงหน่อย ๆ มั้ยครับ

ผมเจอลิงก์ที่เขาสรุปเรื่อง 12 tense นี้ได้อย่างกระชับมาก ท่านคลิกเข้าไปดูก่อนแล้วกันครับ → สรุป 12 tenses

C- ผมสังเกตว่า สาเหตุหนึ่งที่หลายคนอ่านประโยคแล้วงงเรื่อง tense ก็น่าจะเป็นเพราะว่า เราอาจจะไม่คล่องแคล่วในเรื่องอื่น ๆ ที่ควรต้องรู้ควบคู่กันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Tense ที่อยู่ใกล้เคียงหรือปรากฏในรูปประโยคปฏิเสธ, รูปประโยคคำถาม, รูป passive voice, indirect speech, present & past participle เป็นต้น ยิ่งประโยคยาว ๆ มีวลีหรืออนุประโยคซ้อนกันไปซ้อนกันมาเยอะ ๆ ก็เลยงง คืองงทุกเรื่อง ไม่ได้งงเรื่อง tense เรื่องเดียว

D- ถึงตรงนี้ผมก็ต้องสรุป อย่างที่ผมสรุปบ่อย ๆ ว่า เราต้องฝึกอ่านเยอะ ๆ, อ่านทุกวัน, โดยเริ่มอ่านเรื่องที่เราชอบ และมีระดับยากง่ายพอฟัดพอเหวี่ยงกับเรา อย่าให้มันยากเกินไป เหมือนเราเลือกเส้นทางเดินเล่นที่ชมวิว ชมนก ชมไม้ได้ คำว่า “ชม” ในที่นี้ก็คือการ “สังเกต” เนื้อเรื่องที่อ่าน ซึ่งนอกจากเป็นเรื่องของการจับประเด็น ตีความ ทำความเข้าใจศัพท์สำนวน ก็ยังมีเรื่องของแกรมมาร์ เช่น เรื่อง tense และอีกสารพัดเรื่อง และนี่เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จาการอ่านตำราแกรมมาร์หรือการท่องศัพท์ เพราะมันมาจากการฝึกที่เป็นธรรมขาติ คือการอ่านและสังเกตซึมซับของจริง

E- วันนี้ผมนำข่าวง่าย ๆ จากหนังสือพิมพ์ Bangkok Post มาให้เท่านดู 5 - 6 ข่าว โดยผมใส่หมายเลขกำกับและขีดเส้นใต้ไว้ที่ท้ายวลีหรือท้ายประโยค เพื่อแสดงว่ามันเป็น tense อะไร เช่น [1.1] Present Simple [2.1] Past Simple [2.2] Past Continuous [3.1] Future Simple ซึ่งท่านจะเห็นว่า เอาเข้าจริง ๆ ก็มีอยู่ไม่กี่ tense หรอกครับที่ใช้กันบ่อย ๆ และไอ้ที่เราเจอบ่อยนี้ ถ้าเราสังเกตให้คล่อง ดูให้เนียน ๆ พอถึงเวลาที่เราจะพูด เราก็จะไม่กังวลเรื่อง tense จนเรา tense (ตึงเครียด)– นี่ผมพูดจริง ๆ นะครับ ไม่ได้พูดเล่น

 พิพัฒน์

https://www.facebook.com/En4Th

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com