Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com

ถาม-ตอบ

..........75: คำถามของพ่อ เมื่อลูกสาวขอไปเรียน speaking ที่โรงเรียนสอนภาษา

ถาม:
อาจารย์ ผมขอรบกวนอาจารย์หน่อยครับ คือลูกสาวผมคนเล็ก ตอนนี้อยู่ปี 3 มหาวิทยาลัย...... ช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค.ปีหน้า เขาจะมาฝึกงานแถวๆ บ้าน(จังหวัด......) และจะถือโอกาสเรียนสนทนาภาษาอังกฤษ ความคิดเขาคืออยากไปเรียนตามสถาบันต่าง ๆ ที่มีอาจารย์ต่างประเทศสอน(ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าจะไปที่ใด...) แต่ในความคิดเห็นผม เพื่อความประหยัดเงิน หากจะเรียนในเน็ตนี้จะได้มั๊ย เช่นอาจารย์อาจบอกว่าลองไปตรงนู้นสิ หรือค้นหาเองบ้าง ในความคิดของอาจารย์เป็นอย่างไรครับ ช่วยแนะนำผมด้วย.....ปล.ลูกเขาเรียนคณะเคมีวิศวกรรม/ ความคิดเขาจะสวนกับผม ขอบพระคุณครับ
ตอบ:
       ♦จากที่คุณเล่ามาแสดงว่า ลูกสาวของคุณต้องการจะฝึก speaking
ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ
       ♦ในเว็บ ผมแนะนำบ่อย ๆ ว่า เราสามารถฝึก speaking ได้หลายวิธีโดยไม่ต้องมีครูหรือ partner ฝรั่งตัวเป็น ๆ
         แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการพูดภาษาอังกฤษกับคนจริง ๆ หรือมีแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เขามักคิดว่า การฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง 1)ทำไม่ได้ 2)ทำได้แต่ไม่ได้ผล 3)ได้ผลแต่ได้น้อยหรือช้ามาก และเขาก็สรุปว่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือต้องเรียนพูดกับครูฝรั่งจริง ๆ
       ♦ผมเห็นว่า การได้เรียนพูดกับครูฝรั่งจริง ๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่เอาเข้าจริง ๆ conversation course ที่โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษพวกนี้ อาจจะไม่ได้ให้อะไรแก่คนเรียนมากนัก เพราะว่า 1)เขามักสอนไปตามหลักสูตรหรือตำรา ซึ่งไม่ได้รับประกันอะไรเลย 2)ครูฝรั่งที่สอนอาจจะเป็นแค่ backpacker แค่พูดฝรั่งได้ แต่ไม่รู้หลักการหรอกว่า ต้องสอนยังไงให้คนไทยพูดฝรั่งได้ 3)ถ้าคนเรียนในห้องเกิน 5 คน เป็นการยากที่ครูจะเอาใจใส่นักเรียนได้ทั่วถึง ในห้องนักเรียนได้ฝึกพูด ซึ่งเทคนิคง่าย ๆ ที่ครูใช้ก็คือให้คนเรียนจับคู่พูดกันเอง แต่พูดแล้วต้องปรับปรุงยังไงให้พัฒนา ครูคงไม่มีเวลาจะให้แก่เด็กทุกคน สรุปก็คือ การเรียนพูดที่โรงเรียน มีปัญหาทั้งเรื่องเนื้อหา, ทั้งเรื่องครู(บางคนหรือหลายคน), และทั้งเรื่องความใส่ใจจริง ๆ ที่ผู้เรียน 1 คนจะได้รับจากครูที่พูดอยู่หน้าห้องให้ทุกคนฟัง
       ♦นี่ก็เห็นชัดว่า การเรียนที่โรงเรียนจะได้ผล 1)ครูต้องมีคุณภาพอย่างมาก, 2)คนเรียนในห้องต้องไม่มากเกินไป และ 3)นักเรียนต้องขยันอย่างมาก กลับมาบ้านต้องนำบทเรียนการพูดที่ได้รับจากห้องเรียนมาฝึกพูดด้วยตัวเองที่บ้าน ไม่ใช่เอาแต่ทำการบ้านที่เป็น paper ทั้ง 3 ข้อนี้ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้โดยเด็ดขาด เหมือนขาตั้ง 3 ขา ขาดไปสัก 1 ขาก็วางกล้องหรือวางของไม่ได้
       ♦และถ้าจะมองกันอย่าง realistic จริง ๆ แล้ว ถ้าถามว่า เราจะต้องเข้า conversation course กี่คอร์ส นานกี่เดือน กี่ปีล่ะ ถึงจะเพียงพอ และช่วยให้พูดภาษาอังกฤษได้ อย่างเช่นหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่จัดคอร์สพูดภาษาอังกฤษให้ข้าราชการหรือพนักงาน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดให้บ่อย ๆ หรือจัดให้ทั้งปี และคนที่จ่ายเงินไปเรียนเองส่วนตัวมันก็ทำนองเดียวกัน เพราะไม่มีเวลาพอ หรือไม่มีเงินพอ หรือไม่มีทั้ง 2 อย่าง สรุปก็คือ คำตอบสุดท้ายในการพูดภาษาอังกฤษให้ได้ ไม่ได้อยู่ที่ครูฝรั่งหรือโรงเรียนสอนพูดภาษาอังกฤษ แต่อยู่ที่ตัวเองครับ
       ♦อาจจะลองทำอย่างนี้ก็ได้ ให้ลูกสาวของคุณลองไปเข้าเรียนสัก 1 - 2 คอร์ส โดยเรียนอย่างตั้งใจ พอให้ได้สัมผัสบรรยากาศ และชิมประสบการณ์บ้างว่า การพูดภาษาอังกฤษจริง ๆ กับฝรั่งมันเป็นยังไง
       ♦สำหรับในต่างจังหวัด ผมอยากจะแนะให้ลองทำวิธีที่ถึงลูกถึงคนมากขึ้นอีกสักนิด คือในหลาย ๆ โรงเรียนมัธยมมีการจ้างชาวต่างชาติ เช่น ฝรั่ง หรือฟิลิปปินส์ เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ เราอาจจะหาเพื่อนสัก 2 - 3 คน เข้าไปติดต่อกับเขาถึงที่โรงเรียน ให้เขาสอนวันธรรมดาตอนเย็น ๆ หรือวันเสาร์-อาทิตย์ ครั้งละประมาณ 1-3 ชั่วโมง ตกลงค่าจ้างที่ไม่แพงเกินไป และพวกเรากลุ่มเล็ก ๆ นี้ก็ช่วยกันจ่าย อันนี้น่าจะดีเพราะทั้งจ่ายน้อยและได้คุณภาพสูง เพราะการที่โรงเรียนจะรับครูคนนี้มาสอน อย่างน้อยก็ต้องคัดมาพอสมควร อาจจะเรียนที่ใต้ต้นไม้สักแห่งที่โรงเรียนนั้นก็ได้ หามุมเงียบ ๆ หน้าที่ของเราคือไปถึงที่นั่นในเวลาที่นัดหมายเพื่อให้ครูเขาสะดวกในการสอนไม่ต้องเดินทาง ถ้าหาครูแบบนี้ที่โรงเรียนแรกไม่ได้ผล ก็ลองไปหาที่โรงเรียนที่ 2... ที่ 3... นี่เป็นทางเลือกที่น่าลองครับ
       ♦แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้ว คำตอบสุดท้ายในการฝึกพูดภาษาอังกฤษก็อยู่ที่ตัวเอง เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่จะวิ่งโร่ไปเรียนกับครูทั้งปีทั้งชาติ และอีกอย่างหนึ่ง การพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ต้องฝึกฝนเป็นนิตย์ เราจะฝึกกับใครถ้าไม่ใช่ฝึกกับตัวเอง แม้แต่ในที่ทำงาน คนที่รับผิดชอบในการติดต่อพูดคุยกับคนต่างชาติ ถ้าใน 365 วันมีฝรั่งเข้ามาติดต่องานกระจายไปทั้งปีรวมแล้วแค่ 20 วัน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาจะมากันวันไหน แล้วคุณก็ถูกคาดหวังว่าจะต้องพูดภาษาอังกฤษได้ทุกวัน ภาวะเช่นนี้ที่ไม่มีใครให้ฝึกพูดด้วยในวันที่แห้งแล้งฝรั่ง ถ้าคุณไม่ฝึกพูดด้วยตัวเอง คุณจะฝึกพูดกับใคร?
       ♦ผมมาดูแล้ว สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยไม่กล้าพูดกับคนอื่น หรือไม่กล้าฝึกพูดภาษาอังกฤษกับตัวเอง ก็เพราะความกลัวขึ้นสมอง กลัวว่าจะพูดผิด อาย หน้าแตก
       ♦ผู้รู้ผู้หวังดี ก็มักจะพูดว่า ไม่ต้องอายหรอก พูดไปเถอะ เดี๋ยวก็พูดได้ดีขึ้นเองแหละ
       ♦คำพูดหวังดีเช่นนี้ ถูกครับ แต่ถูกไม่หมด ถูกไม่ครบ และที่แหว่งไปไม่ได้พูดนั้น สำคัญมากอย่างยิ่ง สำคัญที่สุด
       ♦คำแนะนำที่แหว่งไปก็คือว่า แม้การพูดบ่อย ๆ จะช่วยให้พูดดีขึ้น คล่องขึ้น แต่แค่นี้ยังไม่พอ เราต้องฝึกอย่างอื่นด้วย เพื่อเสริมแรงให้การพูดพัฒนาขึ้น และผิดน้อยลง ๆ ๆ
       ♦กิจกรรมเสริมแรงนั้น ต้องทำอะไรบ้าง
[1] ต้องฟังมาก ๆ และบ่อย ๆ โดยเริ่มจากเรื่องที่ฟังง่าย ๆ เสียงพูดช้า ๆ เรื่องที่ฟังแล้วเข้าใจ สลับกับฟังเรื่องที่เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง เรื่องที่พูดเร็วขึ้น เรียกว่าฟังให้คลื่นเสียงมันเข้าไปในไส้ เข้าไปในสมองของเรา เมื่อย้อมตัวเองด้วยเสียงภาษาอังกฤษอย่างนี้ทุก ๆ วัน การเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว คือเมื่อเราพูด... สำเนียงของเราจะดีขึ้น เราจะฟังฝรั่งพูดได้เข้าใจมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ขณะที่เราฟังคลิปยูทูปเราอาจจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง (นี่เป็นเรื่องแปลกแต่จริง) และนี่แหละครับ ความมั่นใจในการพูดจะเกิดขึ้น ทำไมมันถึงเกิด? มันเกิดก็เพราะว่า เราฟังรู้เรื่อง และเมื่อเราขยับปากพูด สำเนียงของเราก็พอใช้ได้ นี่เกิดจากอะไร? มันเกิดจากฟังมากจนเข้าไส้อย่างที่ผมว่ามานี่แหละครับ
[2] วันหนึ่ง ๆ ให้ฝึกพูดตามเสียงภาษาอังกฤษเป็นประโยค ๆ บ้าง โดยคลิกฟังซ้ำ ๆ และพูดตามซ้ำ ๆ จะพูดคำไหน ประโยคไหน ก็ไปหาเอาเองแล้วกันครับ มีเยอะ พิมพ์คำศัพท์ที่ต้องการฝึกพูดลงไปได้เลย และคลิกไอคอนรูปลำโพงหน้าประโยคตัวอย่าง ฟังแล้วฝึกพูดตาม ครั้งแรก ๆ อ่านด้วยก็ได้ ครั้งหลังลองพูดตามโดยไม่ต้องอ่าน ฝึกวันละสัก 20 คำก็ดีครับ จะคำง่าย-คำยากก็เลือกฝึกเอาเองตามใจชอบ ที่นี่ครับ → https://www.ldoceonline.com/dictionary/speak 
       อ้อ! ขณะที่ฝึกฟังและพูดนี้ ก็ฝึกอ่านแต่ละประโยคตามไปด้วย ทำความเข้าใจให้อ่านรู้เรื่อง ฝึกพูดแบบนี้จะได้ listening, reading, vocab, grammar ไปด้วยอย่างพร้อมเพรียง
[3] การฝึกพูดด้วยตัวเองยังมีแง่นั้นแง่นี้อีกหลายแง่ ผมคุยไว้เยอะแล้วที่เว็บ e4thai.com  ลองเข้าไป Search ดูแล้วกันครับ
       ♦ การฝึกพูดเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่หยุด
       ♦ย้อนมาถึงเรื่องที่คุณถามผมเกี่ยวกับลูกสาวจะไปเรียนฝึกพูดภาษาอังกฤษที่โรงเรียน เรื่องนี้ผมขอแนะว่า ถ้าหวังผลกันจริง ๆ ควรวางแผนระยะยาว เพื่อฝึกกันยาว ๆ ทั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยฝึกด้วยตัวเองนี่แหละ ไม่ใช่ไปเริ่มฝึกก็ต่อเมื่อก้าวขาเข้าไปในห้องเรียนที่มีครูฝรั่ง การฝากความสำเร็จไว้กับครูมากกว่าการพึ่งตัวเอง เป็นเรื่องฝันหวานครับ
พิพัฒน์
https://www.facebook.com/En4Th/ 

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com