Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com

คนยุคพุทธกาลที่ยุคเราถือเป็นไอดอลได้อย่างสนิทใจ : พระอานนท์, หมอชีวก

ยุคนี้ผู้คนหาหนังสือธรรมะอ่านและเสียงธรรมะฟังได้ง่าย และจากหลากหลายอาจารย์, หลวงปู่, หลวงพ่อ, หลวงพี่ ตามที่ถูกจริตและถูกโฉลก แต่อย่างหนึ่งที่ผมสังเกตก็คือ ธรรมะที่เข้าหานั้นส่วนใหญ่เป็นไม่เอาบุคคลในอดีตเป็นที่ตั้ง ทั้ง ๆ ที่ในทางพุทธเรา ตามพระไตรปิฎกก็มีประวัติของพระพุทธสาวกและพระโพธิสัตว์ในชาดกให้ศึกษาเรื่องทางธรรมะ ผมเข้าใจว่าที่เราไม่สนใจจะศึกษาเพราะเห็นว่า ชีวิตของท่านสูงหรือดีเกินไปเราทำไม่ได้อย่างนั้น หรือถ้าเป็นเรื่องของพระโพธิสัตว์ที่เสวยชาติเป็นคนหรือสัตว์ เราก็อาจจะรู้สึกลึก ๆ ในใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเกรดเดียวกับนิทานอีสปสอนเด็ก อาจจะมีต่างบ้างก็คือ ถ้านักวิชาการฝรั่งหรืออาจารย์มหาวิทยาลัยนำเรื่องพวกนี้มาเล่าผ่านมุมมองของคนสมัยใหม่ เช่น แง่จิตวิทยาหรือสามารถแทรกมุกตลก คนยุคใหม่ก็ยินดีฟัง แต่ถ้าหลวงตาตามวัดเทศน์สไตล์เก่า ก็ไม่มีใครฟัง

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวผมมีความรู้สึกว่า มีประวัติของบางคน หรือบางฉากในชีวิตของเขาที่น่าทึ่งน่าศึกษามาก ๆ เช่นประวัติของภิกษุณีบางรูป หรือบางฉากที่เป็นเหตุการณ์หรือบทสนทนาโต้ตอบ 4 – 5 ประโยค มันทั้งลึกและซึ้ง ที่สามารถใช้กับโลกียวิสัย ไม่ใช่เพื่อใช้สอนเฉพาะคนมุ่งไปนิพพานแบบทิ้งสังคม

เท่าที่เคยศึกษา มี 2 คนที่ผมเห็นว่า ชีวิตของเขาสามารถเป็นไอดอลให้คนยุคใหม่ได้สบายมาก

คนแรกคือพระอานนท์ จุดเด่นก็คือ ประวัติของท่านมี event เยอะ ไม่ใช่ชีวิตที่ราบเรียบ ท่านอาสาเสนอตัวที่จะเป็นพระเลขาฯ ของพระพุทธเจ้าเมื่ออายุ 55 ปี และตอนนั้นพระพุทธเจ้าก็อายุ 55 ปีเท่ากัน เพราะทั้งสองท่านเกิดวันเดือนปีเดียวกัน แต่ห้วงเวลาประมาณ 25 ปีที่ทำหน้าที่พระเลขาฯ ให้พระพุทธเจ้าจนถึงวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานนี่ซี มีเรื่องให้เล่าเยอะ เห็นได้ชัดว่าท่านพระอานนท์เป็นคนหัวดี, รอบคอบ, จำแม่นมากขนาดเครื่องซีร็อกซ์ต้องเรียกพี่, เป็น manager มืออาชีพ, ให้เกียรติผู้หญิง, มากน้ำใจ, take care ทุกคนที่เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยใช้มาตรฐานเดียวไม่เลือกยากดีมีจน และน่าจะเป็นคนตัวสูงด้วย

และหนังสือเล่มนี้ พระอานนท์ พุทธอนุชา  โดย อ.วศิน อินทสระซึ่งแต่งไว้เนิ่นนานแล้ว ก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระอานนท์ไว้ดีมาก ๆ จน Encyclopedia of World Literature ให้เกียรติหนังสือเล่มนี้ว่าเป็น “วรรณคดีของโลกในศตวรรษที่ 20” ผมขอแนะนำให้ท่านอ่านหนังสือเล่มนี้ อ่านอย่างคนสมัยใหม่ที่ใจเปิดและสมองโปร่ง ไม่ต้องอ่านอย่างคนที่พร้อมจะเชื่อ แต่ก็ไม่ควรอ่านโดยตั้งใจไว้ก่อนว่าไม่เชื่อ

ท่านสังเกตไหมครับว่า มีอยู่จุดหนึ่งที่พระอานนท์ต่างจากพระสาวกดัง ๆ รูปอื่น ๆ คือรูปอื่น ๆ นั้น บรรลุธรรมหรือเป็นพระอรหันต์เร็วเหลือเกิน บางองค์ฟังพระพุทธเจ้าแค่ครั้งเดียวก็บรรลุธรรมเลย แต่พระอานนท์บวชมาตั้งหลายสิบปีแล้วก็ยังไม่บรรลุ จนพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วนั่นแหละถึงได้บรรลุกะเขาบ้าง

       ส่วนอีกท่านหนึ่งที่ผมถือมาเนิ่นนานแล้วว่า สามารถเป็นไอดอลให้คนยุคนี้ได้ 100 % ก็คือหมอชีวก เรื่องราวของท่านที่จารึกในพระไตรปิฎกนั้นค่อนข้างกระท่อนกระแท่น ผมอ่านฉบับที่ อ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก เรียบเรียงไว้เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว คือ ชีวิตตัวอย่าง หมอชีวกโกมารภัจจ์:นายแพทย์ประจำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็รู้สึกชื่นชมจับใจ เพราะชีวิตหมอของท่านเป็นชีวิต “เพื่อมวลชน” จริง ๆ เป็นหมอรักษาพระพุทธเจ้า, รักษาพระที่อยู่วัดเดียวกับพระพุทธเจ้า และก็ยังรักษาพระ แม่ชี ญาติโยม และชาวบ้านอื่น ๆ ที่แห่มาจากทุกสารทิศให้ท่านรักษา เพราะท่านเป็นหมอดังใคร ๆ ก็ได้ยินชื่อ ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองค่ารักษาด้วยซ้ำ และตามประวัติท่านก็ไม่ได้บรรลุอรหันต์ แค่โสดาบันก็ยังไม่ได้  แต่ได้รับใช้พระพุทธเจ้าอย่างมอบทั้งกายถวายทั้งชีวิต บริการคนไม่รู้จักเหมือนญาติมิตร

       ด้วยประวัติที่กระท่อนกระแท่นในพระไตรปิฎกนี่เอง ที่ทำให้ยุคหลัง ๆ มีการแต่งเติมเสริมต่อชีวิตของท่าน บางสถานที่มีถึงขั้นเข้าทรงเพื่อสัมภาษณ์ท่านอย่างนั้นอย่างนี้ เรื่องนี้ผมไม่วิจารณ์ละครับ เพราะแค่ประวัติสั้น ๆ ของท่านในพระไตรปิฎกก็สามารถเคารพท่านได้อย่างสนิทใจแล้ว

PraRnonTH

พระอานนท์ พุทธอนุชา  

ananda

Buddha's Constant Companion : Venerable Ananda

jivaka

ชีวิตตัวอย่าง หมอชีวกโกมารภัจจ์:นายแพทย์ประจำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พิพัฒน์

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com