Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com

ข้อแนะนำในการซื้อหนังสือหรือสินค้าผ่านเว็บโดยใช้ Paypal หรือบัตรเครดิต

เพิ่มเติม:

ขอให้อ่าน คำแนะนำเพิ่มเติมจากท่านผู้อ่าน ใน Comment ข้างล่างด้วยครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อมูลครับ

***

สวัสดีครับ

       เวลาที่เราจะซื้อหนังสือหรือสินค้าผ่านเว็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากต่างประเทศ (เช่นที่เว็บ www.ebay.com) ตอนจ่ายเงินเขาจะให้เรากรอกหมายเลขบัตรเครดิตลงไป ซึ่งนับว่าสะดวกมาก หลังจากนั้นก็รอรับของที่จะส่งมาให้ตามที่อยู่ที่เราแจ้งไป

       แต่ท่านคงเคยได้ยินข่าวว่า หมายเลขบัตรเครดิตที่กรอกลงไปถูกแฮก (hack) และธนาคารเรียกเก็บเงินจำนวนมาก ทั้ง ๆ ที่เราซื้อของราคานิดเดียว  ผมได้ยินข่าวทำนองนี้ก็ขยาดและไม่กล้าพิมพ์หมายเลขบัตรเครดิตลงไปในเว็บ เพราะดูเหมือนว่าการแฮกเป็นเรื่องง่ายเหลือเกิน ใครมีความรู้ทางคอมฯนิดหน่อยก็แฮกเป็นแล้ว

       แต่ถ้าเราต้องการซื้อหนังสือ หรือสินค้า หรือบริการอะไรบางอย่างที่เราต้องใช้ และมันอยู่ต่างประเทศ  เราจะซื้อยังไงให้ปลอดภัย  ผมมีข้อเสนอแนะอยู่ 2 วิธี (ท่านใดมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะครับ)

วิธีที่ 1 สมัครเป็นสมาชิก Paypal:

paypal

       ผมได้รับคำแนะนำจากเพื่อนว่า Paypal เป็นเว็บที่มีระบบป้องกันความปลอดภัยสูง  เมื่อเราจ่ายเงินโดยใช้หมายเลข Paypal โอกาสจะถูกแฮกมีน้อย โดยเราไปที่เว็บของเขาเพื่อสมัครทำบัตร

 https://www.paypal.com/th/webapps/mpp/home

       Paypal จะให้เรากรอกหมายเลขบัตรเครดิต  และสักช่วงเวลาหนึ่ง Paypal จะแจ้งมายังอีเมลของเราว่าบัตร Paypal ของเราได้รับอนุมัติแล้ว  และตอนที่เราซื้อสินค้าผ่านเว็บ เช่นที่ www.ebay.com  เขาจะมีปุ่ม Paypal ให้เราคลิก ซึ่งหมายความว่า ราคาสินค้าจะถูกหักจากบัตรเครดิตที่เราให้ไว้ตอนที่เราสมัคร Paypal โดยเราไม่ต้องแจ้งหมายเลขบัตรเครดิตตอนซื้อสินค้าชิ้นนี้ ตอนที่ผมซื้อ domain e4thai.com หรือ e-book ก็ใช้ Paypal นี่แหละครับซื้อ

วิธีที่ 2 ชำระผ่านบัตรเครดิตที่เป็นบัตรเสริม ซึ่งกำหนดเพดานเงิน:

Kcard1

       สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ผมทำกับธนาคารกสิกรไทย ผมไม่แน่ใจว่าธนาคารอื่น ๆ มีบริการแบบเดียวกันนี้หรือเปล่า

       คือธนาคารกสิกรไทยจะให้ลูกค้าที่มีเงินเดือนประจำตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปทำบัตรเครดิตได้ โดยยอดเงินที่รูดได้สูงสุดจะเป็น 5 เท่าของเงินเดือน (20,000 x 5 = 100,000 บาท) บัตรเครดิตใบนี้เรียกว่า “บัตรหลัก

       แต่ว่า เราสามารถขอทำบัตรเครดิตจากบัญชีเดียวกันนี้ได้อีก 1 ใบโดยใช้ชื่อเดียวกัน แต่คนละหมายเลข เรียกว่า “บัตรเสริม” และบัตรเสริมนี้ เราสามารถตั้งเพดานเงินสูงสุดที่รูดได้ เช่น 5,000 บาท หรือ 10,000 บาท แล้วแต่เราจะบอกให้ธนาคารอั้นไว้ ซึ่งหมายความว่า ในห้วงเวลาหนึ่ง ๆ ยอดการรูดเงินของบัตรหลัก + บัตรเสริม รวมกันจะต้องไม่เกินยอดสูงสุด เช่น ถ้ายอดสูงสุด = 100,000 บาท,  บัตรเสริมรูดไปก่อน 4,000 บาท บัตรหลักก็จะรูดได้แค่ 96,000 บาท, หรือบัตรหลักรูดไปก่อน 98,000 บาท บัตรเสริมก็จะรูดได้แค่ 2,000 บาท เป็นต้น

       คราวนี้ตอนที่เราซื้อของผ่านเว็บต่างประเทศ เช่นที่ www.ebay.com  เพื่อป้องกันลมเพลมพัดถูกผู้ที่ไม่ประสงค์ดีแฮก เราก็ใช้หมายเลขของบัตรเสริมในการซื้อ  พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าคุณมาแฮก คุณก็เอาไปแค่นี้แล้วกัน เพราะผมตั้งเพดานไว้แค่นี้ เพราะฉะนั้น เพดานเงินที่ท่านตั้งไว้สำหรับบัตรเสริมนี้ ท่านต้องตั้งให้เหมาะสม อย่าให้มันมากเกินไปจนถ้าถูกแฮกแล้วต้องเสียดาย หรือน้อยเกินไปจนจะซื้อหนังสือสักเล่มเดียวก็ไม่พอ

       เรื่องถูกแฮกนี่ก็พูดยากนะครับ บางคนโชคดีไม่เคยเจอของพวกนี้เลย แต่บางคนโชคร้ายโดนครั้งเดียวก็เข็ด ซึ่งบางทีมันก็ป้องกันยากอยู่เหมือนกัน  

       ท่านใดมีประสบการณ์ทำนองนี้ เขียนมาเล่าบ้างนะครับ

พิพัฒน์

https://www.facebook.com/EnglishforThai

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com