Google WWW Blog e4thai www.e4thai.com
Get Adobe Flash player

informing1

 

ตัวอย่างวิธีการสังเกตแกรมมาร์เมื่ออ่านภาษาอังกฤษ... สังเกตยังไง?

 Police go after Thai suspect s travel papers   Bangkok Post  news

 สวัสดีครับ

       ถ้าการอ่านตำราแกรมมาร์คือการกินอาหาร การสังเกตการใช้แกรมมาร์ขณะที่อ่านเนื้อความก็คือการย่อย ถ้าเพียงอ่านแต่ไม่สังเกต เราอาจจะอ่านรู้เรื่อง แต่ก็น่าเสียดายที่เราไม่ได้สังเกตลีลาของภาษาเพื่อจำไปใช้เมื่อเวลาที่เราพูดหรือเขียน  การสังเกตแกรมมาร์นอกจากเป็นการนึกย้อนไปยังกฎที่ศึกษามา ยังหมายถึงการ comment หรือตั้งข้อสงสัยในจุดนั้นจุดนี้  เมื่อเราสังเกตเราอาจจะยังไม่ได้รับคำตอบในทันที แต่การสังเกตจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ที่แท้จริง  

       ข่าวเรื่อง Police go after Thai suspect's travel papers ข้างล่างนี้ ผมนำมาจากหนังสือพิมพ์ Bangkok Post ฉบับวันที่  28 กันยายน 2558  เป็นเรื่องของคดีสอบสวนการวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์  ข้อสังเกตในคอลัมน์ขวามือข้างล่างนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการสังเกต   เมื่อท่านอ่านภาษาอังกฤษ ท่านอาจจะสังเกตเรื่องอื่น แบบอื่น  อย่างอื่น ได้อีกเยอะแยะ สิ่งที่ผมต้องการเน้นก็คือ ให้ฝึกหัดสังเกต เพราะการสังเกต คือ ความรู้จากตำรา + การดูของจริง ซึ่งจะนำไปสู่ ความชำนาญในการใช้ คนไทยจำนวนไม่น้อยชอบพูดว่าแกรมมาร์ไม่จำเป็น เขามักจะอ่านและฟังภาษาอังกฤษโดยไม่สังเกต ผลก็คือ เขาอาจจะอ่านรู้เรื่อง-ฟังรู้เรื่อง แต่อาจจะติดการใช้อย่างผิด ๆ ไปตลอดเพราะพูดตามที่ตัวเองถนัดซึ่งอาจจะผิด  

       บางคนพูดว่า “พูดให้คล่องซะก่อนแล้วค่อยศึกษาแกรมมาร์ ทำอย่างนี้จะได้ผลดีกว่าศึกษาแกรมมาร์แล้วค่อยไปฝึกพูด”  คำพูดนี้ผมเห็นด้วย 100 %  แต่ถ้าพูดจนคล่องและก็ติดแหงกอยู่แค่นั้น ไม่ฝึกสังเกตแกรมมาร์จากการอ่านสิ่งที่ผู้รู้เขียน หรือ จากการฟังสิ่งที่ผู้รู้พูด การพูดของเขาจะแกร็นไม่ก้าวหน้า คืออาจจะพูดได้รู้เรื่อง แต่ไม่เท่  ไม่หรู  ไม่ดูดี ไม่มีระดับ  ผิด ๆ พลาด ๆ ในเรื่องที่ไม่จำเป็น และก็ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนอะไรนักหนา ทั้ง ๆ ที่ก็พูดภาษาอังกฤษมานานแล้ว  นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย 

       ท่านผู้อ่านครับ คำอธิบายข้างล่างนี้ ระหว่างที่ผมเขีบนผมก็รู้สึกว่า เป็นคำอธิบายที่น่าเบื่อมาก นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผมไม่ชอบอธิบายเรื่องแกรมมาร์    สำหรับผม ความรู้เรื่องแกรมมาร์นั้นประมาณ 95 %  ได้จากการสังเกตเมื่ออ่านข่าว, บทความ, story ภาษาอังกฤษ ส่วนอีก 5 %  ได้จากการอ่านตำราแกรมมาร์  นี่เป็นการเรียนแกรมมาร์ที่เป็นธรรมชาติและไม่น่าเบื่อ 

       วันนี้ ผมกำลังเล่าเรื่องยาว ๆ ด้วยการพูดสั้น ๆ ถ้าน่าเบื่อก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ  หลังจากที่อ่านจบแล้วผมหวังว่า ท่านจะได้รับแรงบันดาลใจในการเรียนแกรมมาร์ด้วยการสังเกต  ซึ่งเป็นวิธีที่ผมใช้และได้ผลมาโดยตลอด

       เชิญดูตัวอย่างครับ....

ที่มาของข่าว: http://www.e4thai.com/e4e/images/pdf2/Thaisuspect.htm

Police are seeking to revoke the Thai passport of Wanna Suansan, a Thai woman whom police found had rented a room for suspects in the Erawan shrine and Sathon pier blasts and whose Turkish husband is also wanted in connection with the bomb investigation.

[1] ให้สังเกตการใช้ present tense คือ ประโยคหลัก Police are seeking to… ใช้ present continuous tense และอนุประโยค ... whose Turkish husband is also wanted ...ใช้ present simple tense  การใช้เช่นนี้นอกจากเพราะว่า เป็นเรื่องที่เกิดในขณะที่รายงานข่าว ยังให้ความรู้สึกถึงความสดของข่าว

[2] Police เป็นคำนามแม้รูปจะเป็นเอกพจน์เพราะไม่มี s แต่เห็นชัดว่าเป็นคำนามพหูพจน์ เพราะ Police are…

[3] หลังจากที่เอ่ยชื่อคน คือ Wanna Suansan ก็ตามด้วยคอมม่า , และอนุประโยคอีกยาวทีเดียวเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Wanna Suansan เป็นใคร

[4]สังเกตการใช้ whom ซึ่งเป็น pronoun เพื่อโยงไปถึงคนในฐานะที่เป็นกรรมหรือ object โดยไม่ใช้คำว่า who

[5] ให้สังเกตวรรคนี้ ซึ่งเป็น 2 เหตุการณ์(ที่เขียนติดกันในประโยค)ที่ต่างก็เกิดขึ้นและจบเรียบร้อยแล้วในอดีต  คือ “…a Thai woman whom police found had rented a room …”  คือ ผู้หญิงไทยคนหนึ่งซึ่งตำรวจ “สืบพบ” ว่า ได้ “เช่า” ห้อง... การเช่าห้องเกิดขึ้นก่อน จึงใช้ past perfect tense “ … had rented…”  แต่การสืบพบเกิดขึ้นทีหลัง จึงใช้ past tense ธรรมดา ๆ “… found…”

[6] คำบางคำมักจะใช้เป็นกลุ่ม ๆ ด้วยกันตลอด เช่น “in connection with”  เมื่อเราเจอก็ควรตอกหมุดในใจจดจำซะหน่อย  เพราะมันเป็นภาษาปกติที่ฝรั่งเขาใช้

Police have submitted a formal request to the Foreign Ministry to consider revoking Ms Wanna's passport after she failed to contact authorities either in Thailand or abroad to defend herself against claims of her involvement in the case, police spokesman Pol Lt Gen Prawut Thawornsiri said Sunday.

[1] เห็นได้ว่าเขาใช้ present perfect tense คือ Police have submitted a formal request....ซึ่งก็เป็นไปตามหลักที่ทุกคนเรียนมาแล้ว คือ tense นี้ ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและส่งผลให้เห็นในปัจจุบัน และมักจะไม่มีคำระบุเวลาโดยเจาะจง เช่น yesterday, last week ฯลฯ กำกับไว้

[2]pattern อย่างนี้ ก็น่าสังเกตไว้ คือ to + V + Ving … to consider revoking Ms Wanna's passport..... ตัวอย่างอื่นที่เราอาจจะคุ้นเคยมากกว่าก็คือคำว่า enjoy… เช่น I enjoy playing tennis.

เกี่ยวกับ V + Ving หรือ  V + toV ผมเคยพูดไว้แล้วที่นี่ คลิก

[3] การใช้คำศัพท์ในภาษาอังกฤษ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนมาอธิบายทุกเรื่อง  เพราะฉะนั้น การสังเกตจึงเป็นครูที่ช่วยอธิบายหลาย ๆ เรื่อง, บางเรื่องเราอาจจะยังไม่เข้าใจกระจ่าง แต่เราตั้งข้อสังเกตไว้ในใจก่อนก็ได้ อย่างเช่น วรรคนี้ ... after she failed to contact authorities...  เราอาจจะเขียนอีกอย่างหนึ่ง คือ ... after she did not  contact authorities...   แต่การใช้ fail to do something ในวรรคนี้ ความหมายมันน่าจะเป็นไปในทำนองว่า  ไม่ได้ทำสิ่งที่ควรจะทำ หรือ ไม่ได้ทำสิ่งที่คนอื่นคาดหวังให้ทำ การสังเกตทำนองนี้บ่อย ๆ จะช่วยให้เราเข้าใจลีลาของภาษามากขึ้น โดยไม่ต้องเปิดดิกทุกเรื่อง ขอเน้นว่า เรื่องที่เราเริ่มสังเกต เราไม่จำเป็นต้องแน่ใจ 100 % ทันที แต่การสังเกตจะเป็นก้าวแรกของการก้าวไปข้างหน้า

Investigators probing the case found Ms Wanna had rented a room at the Maimuna Garden Home apartment in Min Buri where bomb-making materials were discovered, he said.

[1] Investigators probing the case….นี่เป็นตัวอย่าง present participle ซึ่งใช้กันมากในการเขียนข่าว สาเหตุหนึ่งก็เพื่อความกระชับและประหยัดเนื้อที่   เราอาจจะมองง่าย ๆ ว่า  มันก็คือ  Investigators who were probing the case…. นั่นเอง

[2] การนำศัพท์หลาย ๆ ตัวมาต่อกัน เป็นลีลาอย่างหนึ่งของภาษาที่น่าสังเกต เช่น ในวรรคนี้  bomb-making materials = วัสดุที่ใช้ทำระเบิด, การผสมคำทำนองนี้ ท่านจะเจออยู่เรื่อย ๆ ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เช่น rain-making operations = ปฏิบัติการณ์ทำฝนหลวง, image-building efforts = การพยายามสร้างภาพพจน์, eye-opening experience = ประสบการณ์ที่ช่วยเปิดหูเปิดตา, mind-altering effects of marijuana= ผลของกัญชาที่เปลี่ยนสภาพจิตใจ เป็นต้น การสังเกตทำนองนี้บ่อย ๆ ยังช่วยให้เราสามารถดึงศัพท์ที่สูง เก๋ ดูมีระดับ ไปใช้ได้โดยไม่รู้ตัว

Emrah Davutoglu, Ms Wanna's Turkish husband, was found to have received money transferred from another key suspect, Abdul Tawab, a 40-year-old Pakistani national.

[1] ในวรรคนี้ เขาเอ่ยชื่อคน 2 คน และก็ตามติดทันทีด้วยกลุ่มคำในคอมม่า เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเป็นใคร คือ Emrah Davutoglu, Ms Wanna's Turkish husband,... และ Abdul Tawab, a 40-year-old Pakistani national.

[2] อีกลักษณะที่คู่กับ present participle ก็คือ past participle ซึ่งในที่นี้ Emrah Davutoglu…  was found to have received money transferred from another key suspect.  ในวรรค  ... to have received money transferred from... มันก็คือ ... to have received money (which was) transferred from...นั่นเอง เรื่องนี้ผมอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียดที่นี่  คลิก

The money was linked to funding for the bombing, investigators say. 

ท่านเห็นประโยคนี้อาจจะงง The money was linked to funding ... คืออาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่เป็น to fund คือ to + V ช่อง1, กลับเขียนเป็น to funding ลักษณะนี้จะเจอบ่อยในเนื้อข่าว  คลิก

 

The couple had not contacted authorities and their whereabouts are still unknown, Pol Lt Gen Prawut said.

 

A previous police probe found Ms Wanna, her husband and their infant left Thailand for Turkey, via Phuket, on July 1.

[1] คำว่า probe การสืบสวนในที่นี้ มี A นำหน้าก็แสดงว่า  เป็น นามนับได้ หรือ countable noun เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับคนไทย  เพราะเราไม่มีการแบ่งคำนามว่า เป็นนามนับได้-นับไม่ได้อย่างภาษาอังกฤษ ถ้าดูในดิก Cambridge คำว่า examination และ investigation ซึ่งความหมายคล้าย ๆ กัน เขาบอกว่าเป็น noun [C or U] คือ เราก็ต้องสังเกตว่า ประโยคที่เรากำลังอ่าน คำนามตัวนั้น ๆ มันใช้ในลักษณะเป็นนามนับได้หรือไม่ได้ ก็ต้องสังเกต

[2] อย่างวรรคนี้   ... left Thailand for Turkey…. ก็น่าสังเกตว่า ออกจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง เขาใช้ “leave ประเทศ A for ประเทศ B”  เขาไม่เขียนว่า   “leave ประเทศ A to ประเทศ B” อันนี้ก็น่าสังเกตนะครับ

As for another key suspect, Abudureheman Abudusataer, or Ishan, police have yet to locate him, said Pol Lt Gen Prawut.

[1] สำนวนอย่างนี้น่าจำ ... police have yet to locate him... ตำรวจยังตามหาตัวผู้ต้องการคนนี้ไม่เจอ   บางท่านอาจจะงง เพราะไม่มีคำว่า not แต่ก็มีความหมายในเชิงปฏิเสธ

[2] ยศของตำรวจ คือ Pol Lt Gen พลตำรวจโท ถ้าท่านไม่รู้ว่า Lt หรือ lieutenant มันอ่านออกเสียงว่ายังไง ขอแนะว่าให้ท่านหาฟังและเปล่งเสียงด้วยปากของตัวเองสักครั้ง แล้วท่านก็จะจำได้ ถ้าปล่อยให้สงสัยไม่สะสาง ถึงจะอ่านเจอคำนี้เป็นสิบ ๆ ครั้ง มันก็สงสัยอยู่นั่นแหละไม่รู้จักเลิก  ในที่นี้ให้ท่านคลิก→ lieutenant เพื่อฟัง แล้วจะรู้ว่า อเมริกันและอังกฤษ ออกเสียงต่างกัน

Previously, Pol Lt Gen Prawut said Mr Ishan left Dhaka, Bangladesh on a Jet Airways flight on Aug 30 before arriving in New Delhi, India.

[1] Previously, …. คำที่ลงท้ายด้วย ly ขึ้นต้นประโยคทำนองนี้ เรียกว่าคำ adverb ซึ่งอาจจะบอกอะไรหลาย ๆ อย่างต่าง ๆ กัน, คำ adverb นี้ มีทั้งวางต้นประโยค, กลางประโยค, ท้ายประโยค แต่ถ้าวางต้นประโยค มันขยายใจความทั้งประโยค   แต่ถ้าวางในตำแหน่งอื่น ก็ขยายเฉพาะคำนั้นหรือวรรคนั้น เช่น he laughed loudly

[2] before arriving อันนี้เป็นกฎพื้นฐานที่ต้องจำให้ได้ คือ preposition เมื่อวางหน้า verb, verb ตัวนั้นต้องเติม ing ในที่นี้จึงเป็น before arriving

[3] arrive ที่แปลว่า ถึง นี้ ในที่นี้ arrive in New Delhi แต่ในที่อื่น ๆ ท่านอาจจะเห็นแบบนี้

we arrived at his house and knocked at the door

the team arrived in New Delhi on July 30

คือถ้าเป็นที่เล็ก ๆ เช่นที่บ้าน ก็ใช้ arrive at แต่ถ้าเป็นที่ใหญ่ ๆ เช่น ประเทศ หรือ เมืองหลวง เขาจะใช้ arrive in  อันนี้ก็น่าสังเกต

The information came from a joint probe of Thai police and the Bangladeshi embassy in Thailand. 

ประโยคนี้  The information came from a joint probe of Thai police…. แสดงตัวอย่างการใช้ article (a/an/the) ที่เห็นบ่อย เขาใช้ The information นี่เป็นการเจาะจงว่า มันเป็นข้อมูลเรื่องกำลังพูดอยู่นี้   แต่  ...a joint probe of Thai police... ใช้ article a คือ ไม่ได้ระบุเจาะจงว่า เป็น probe หรือการสอบสวนอันไหน  เรื่องที่เราควรสังเกตอยู่เสมอก็คือ ถ้าเขาใช้ the แสดงว่า เขากำลังพูดถึงเรื่องที่กำลังถกกันอยู่ในข่าว ไม่ได้พูดลอย ๆ

Mr Ishan then travelled to Abu Dhabi in the United Arab Emirates and finally Istanbul, Turkey, Pol Lt Gen Prawut said at the time. 

เรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ถ้าสังเกตไว้ก็ดี เช่น ชื่อประเทศนี้ เขามี the นำหน้า  the United Arab Emirates, ประเทศสหรัฐฯ และอังกฤษ ก็เขียนทำนองเดียวกันนี้ คือ the United States of America (USA) และ the United Kingdom (UK) ถ้าเป็นภาษาเขียนที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ ก็ต้องเขียนมี the นำหน้า

Police were still uncertain whether the blue-shirted man, identified as Zubair Abdullah and who was seen on CCTV cameras kicking another bomb into a canal near the Sathon pier which exploded on Aug 18, one day after the shrine blast, was still in Thailand or had fled the country, Pol Lt Gen Prawut said.

[1] ประโยคนี้ค่อนข้างยาว และมีขยายซ้อนขยายหลายวรรค อาจจะชวนให้งงได้  นี่เป็นตัวอย่างที่โชว์ให้เป็นชัดว่า ถ้าไม่แม่นเรื่องโครงสร้างประโยค และชนิดของคำ (parts of speech)เมื่ออ่านแล้วจะงงง่าย   ผมถึงได้พูดบ่อย ๆ ว่า (1) โครงสร้างประโยค และ (2) ชนิดของคำ  หรือ parts of speech เป็นเรื่องที่ต้องยอมลงทุนศึกษา ถ้าไม่ยอมศึกษาให้เข้าใจ พื้นฐานจะไม่แน่น   และงงอยู่เรื่อยนอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ใช้บ่อย คือ past participle (…., identified as,…) และ present participle (…who…kicking…)

[2]  เราอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องเขียน blue-shirted man จะเขียนแค่ blue-shirt man ไม่ได้หรือยังไงถ้าท่านสังเกตและสงสัยอย่างนี้ ท่านอาจจะเก็บความสงสัยไว้ก่อน ยังไม่ต้องไปสืบเสาะหาคำตอบก็ได้ ผมเองลองเข้าไปค้นหา ก็มีลิงก์หนึ่งให้คำตอบว่า ถ้าเป็นสิ่งมีชีวิต เขาจะเติม –ed ทำนองนี้ เช่น four-legged animal, one-legged man, one-armed bandit (โจร) แต่ถ้าเป็นสิ่งไร้เชีวิต ก็ไม่ต้องเติม –ed เช่น  a four-door car แต่ก็มีบางที่บอกว่า มันก็ยังไม่แน่นอน เช่น  รถบรรทุก 4 ล้อก็ยังเขียนเป็น four-wheeled truck  มาถึงตรงนี้ผมก็ได้ข้อสรุปว่า แกรมมาร์ภาษาอังกฤษนี่ บางข้อก็ยังเถียงกันอยู่ แต่ถ้าเราสามารถจับจุดสังเกตได้ ก็ถือว่าดีแล้วคลิก

 

He insisted police weren't rushing to wrap up the bomb investigation and they planned to address the public about their investigation's results today because they had already secured "complete" evidence to solve the case.

[1] เรื่องหนึ่งที่สำคัญคือ การรู้จักชนิดของคำ อย่างเช่นในข่าวนี้ คือคำว่า address ส่วนใหญ่เราจะรู้จักกันดีว่า คำนี้แปลว่า ที่อยู่ หรือ จ่าที่อยู่บนหน้าซอง หรือศัพท์สมัยใหม่ url address ก็คือ ที่อยู่ของเว็บไซต์ที่ขึ้นต้นด้วย www.XXXYYYZZZ.com  แต่ในข่าวนี้ to address the publicมันขึ้นต้นด้วย to อย่างนี้ แสดงว่า address เป็น verb ซึ่งวรรคนี้แปลว่า ประกาศแจ้งให้สาธารณชนทราบ  อีกคำหนึ่งในประโยคนี้ คือ secure เราเคยรู้มาว่า security secure แปลว่า ความมั่นคง แต่ในที่นี้  … they had …  secured …  evidence… เห็นชัดว่า secure เป็น verb ช่อง 3 ใช้ในประโยค past perfect tense แล้ว verb ตัวนี้มันจะแปลว่าอะไรล่ะ เราก็ต้องเดาหรือดูดิก ในที่นี้ they (ตำรวจ) ได้ secure  หลักฐาน (evidence)  ก็เดาได้ไม่ยากว่า secure แปลว่า ได้รับ   สรุปในข้อนี้ก็คือ เราจะต้องสังเกตชนิดของคำศัพท์ด้วย และแปลความหมายให้มันตรงกัน เช่น คำศัพท์เป็น verb แต่เราจำได้เฉพาะความหมายที่เป็นคำ noun ถ้าอย่างนี้แปลยังไงก็ไม่รู้เรื่อง

The evidence includes images of suspects caught in action while travelling to plant the bombs and leaving the scene, corroborated by their confessions, he said. 

[1] ท่านจะเห็นได้ว่าแม้ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจึ้นแล้ว แต่ประโยคนี้ The evidence includes images of suspects.... เขาก็ยังใช้ present simple tense เราอาจจะตั้งข้อสังเกตว่า  เขาต้องการแสดงความสด ๆ ร้อน ๆ ของเหตุการณ์   เพราะถ้าใช้ past tense มันจะไม่ให้ความรู้สึกสด ๆ เท่ากับ present tense

[2] บางวลี ไม่มีใครสอน  แต่เราก็น่าสังเกตและจดจำไว้ เช่น caught in action… = จับได้ขณะปฏิบัติการณ์... ขอถามว่า มันคือ (1) จับ [ภาพ]ได้ขณะปฏิบัติการณ์ หรือ (2)จับ [ผู้ต้องหา]ได้ขณะปฏิบัติการณ์คำถามนี้ ท่านคงตอบได้นะครับ

A source on the probe team said Adem Karadag had confessed to being the yellow-shirted suspect who planted the bomb at the shrine on Aug 17.

[1] ข้อที่น่าสังเกตในประโยคนี้ คือวรรค had confessed to being ซึ่งเหมือนกับวรรคข้างบนที่พูดแล้ว ...was linked to funding… คือ to ทำหน้าที่เป็น preposition (ไม่ใช่เป็น to ที่นำหน้า verb ช่อง 1) เพราะฉะนั้น verb ที่ตามมาจึงต้องเติม ing เป็น ... to being และ ... to funding  คำในลักษณะนี้ ท่านไม่ต้องไปปวดหัวหรอกครับ ค่อย ๆ สังเกตลีลาของมันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เข้าใจเองแหละครับ

He also confessed he had planted another bomb at the Chao Phraya Princess pier on Soi Charoen Krung 61 at 4.30pm on Aug 17.

[1] เขายังสารภาพด้วยว่า ได้วางระเบอดอีกลูกหนึ่งที่ท่าเรือเจ้าพระยาปรินเซส  He also confessed he had planted another bomb at the Chao Phraya Princess pier... อันนี้ก็เหมือนข้อข้างต้นที่อธิบายแล้ว คือ ถ้ามี 2 เหตุการณ์ที่ต่างก็เกิดขึ้นและจบเรียบร้อยแล้ว  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน (คือวางระเบิด)ให้ใช้ past perfect “ … had planted …”  แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลัง (คือสารภาพ) ให้ใช้ past tense ธรรมดา ๆ ....He   confessed...

However, the bomb failed to detonate, the source said.

ในที่นี้ fail to do something คือ ไม่ได้ทำอย่างที่ถูกคาดว่าจะทำ (the bomb failed to detonate)  ในข่าวเดียวกันนี้  วลีอย่างนี้ก็ใช้มาครั้งหนึ่งแล้วข้างต้น คือ she failed to contact authorities ก็สรุปได้ว่า มันก็ใช้ซ้ำไปซ้ำมาแหละครับ ถ้าเรามีสมาธิจำไว้ในใจให้ได้สักครั้งหนึ่ง เมื่อเจออีกครั้งหนึ่งก็หวนระลึกได้ไม่ยาก

The blue-shirted man then retrieved the bomb, moved it and dropped it in a canal near the Sathon pier the next day.

It went off but no one was injured. 

[1]นี่เป็นลักษณะง่าย ๆ ที่ใช้ past simple tense ในการเขียนรายงานข่าว อย่างเช่นในประโยคนี้ มี verb ที่แสดงอาการของ past tense อยู่ 5 ตัว คือ retrieved, moved, dropped, went off, (was)injured  และโดยทั่วไป past simple tense มักมีคำซึ่งระบุเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไว้ด้วย ซึ่งในที่นี้ คือ then, the next day แต่ถ้าไม่มีคำพวกนี้ เนื้อความของประโยคก็มักจะต้องบอกได้ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด

Pol Gen Jarumporn Suramanee, adviser to the national police chief, said he was leading a process of comparing pictures of Mr Karadag's face with the face of the yellow-shirted suspect using a biometric technique. 

[1] ผมบอกแล้วว่า หลายเรื่องจะให้มีคนมาบอกคงไม่ได้ เราต้องหมั่นสังเกตไปเองทีละคำสองคำ เช่นในที่นี้ ตำแหน่งที่ปรึกษาของอธิบดีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ adviser to the national police chief  เขาใช้ advisor to… ไม่ใช่ advisor of…

[2] เรื่องที่ควรจะสังเกตให้มาก ๆ ก็คือการใช้ถ้อยคำในภาษาอังกฤษที่อาจจะต่างจากภาษาไทย อย่างเช่น ในข่าวนี้ เขาเปรียบเทียบภาพหน้า Mr Karadag กับภาพหน้าชายเสื้อเหลือง ในภาษาอังกฤษ เขาใช้ compare A with B (หรือ compare A to B) ไม่ใช่ compare A and B  นี่เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ ถึงแม้ว่าเราจะพูดผิดฝรั่งเขาก็คงเห็นใจและไม่ว่าอะไร (และไม่ท้วง)  แต่ถ้าเราพูดถูกต้องติดต่อกันอย่างน่าแปลกใจ  เขาก็คงทึ่ง   การทำให้เขารู้สึกทึ่ง น่าจะดีกว่าทำให้เขารู้สึกเห็นใจ

In another development, three senior police officers at Lumpini station have been temporarily transferred to the Metropolitan Police Bureau for at least 30 days for allegedly failing to pay enough attention to the images of the suspected shrine bomber while he changed his clothes in Lumpini park, before heading back to the apartment.

[1] เราเจอประโยคอย่างนี้อีกแล้ว fail to do something (…failing to pay enough attention to…)

 พิพัฒน์

https://www.facebook.com/En4Th

 วิธีติดตั้ง add-on → "แปล ศัพท์ ทุกคำ-ทุกเว็บ-ทันที " โดยไม่ต้องเข้าเว็บ ดิก  

Add comment

เชิญแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ

Security code
Refresh

Google
Search WWW Search Blog e4thai Search www.e4thai.com